ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

12 พฤศจิกายน 2018 วันจันทร์ สัปดาห์ที่ 32 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ใครที่มีหน้าที่อบรมสั่งสอนก็ถือเป็นหน้าที่ที่มีเกียรติ และมีความสำคัญยิ่ง เขาอาจจะมีอิทธิพลต่อชีวิตของคนอื่นโดยเฉพาะบรรดาเด็กๆ ไปจนตลอดชีวิต และสิ่งที่เรียกร้องในขั้นพื้นฐานเลยก็คือเขาควรต้องปฏิบัติตามในสิ่งที่เขาสอนด้วย ถ้าสิ่งที่สอนกับการดำเนินชีวิตสอดคล้องในแนวทางเดียวกันก็จะทำให้การอบรมบังเกิดผล เด็กเยาวชนบางคนอาจจะไม่ฟังคำสั่งสอนแต่เขาจะสังเกตพฤติกรรมของเรา และมักเลียนแบบจนเป็นสิ่งที่ติดตัวเขาไปตลอดชีวิต

ดังนั้นพวกเขาอาจจะเลียนแบบการเป็นผู้รู้จักให้อภัยหรือคิดแค้น เขาอาจจะเรียนรู้วิธีการปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความรักหรือความเกลียดชัง เขาอาจจะมุ่งมั่นพัฒนาตนเองใฝ่ดีหรือปล่อยตัวเองไม่รับผิดชอบ มีใจกว้างหรือเห็นแก่ตัว ก็จากการเลียนแบบและสังเกตพฤติกรรมของผู้ใหญ่

นักบุญเปาโลจึงเสนอว่าควรเลือกผู้นำกลุ่มอย่างระมัดระวัง เพราะเขาจะต้องนำและสอนด้วยชีวิตและแบบอย่างของเขา

jesus_w_children_6005b15d

พระเยซูเจ้าก็ทรงเตือนให้เรามองที่ตัวเราเอง มองดูการกระทำและแบบอย่างของเรา อย่าลืมว่าสิ่งที่เราทำก็ออกมาจากใจ พระเยซูเจ้าต้องอยู่ในหัวใจของเรา ถ้าไม่มีพระเยซูเจ้าในหัวใจของเราการสอนและการกระทำของเราจะพาเด็กๆ ไปที่ไหน

Advertisements

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

10 พฤศจิกายน 2018 วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

“ท่านจะรับใช้พระเจ้าและเงินทองพร้อมกันไม่ได้” เงินทองเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตในโลกนี้ที่จะสิ้นสุดสักวันหนึ่ง ตายแล้วเอาไปไม่ได้ เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยให้มีชีวิตในโลกนี้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด แม้มีเงินทองน้อยกว่าคนอื่นก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตของเราเสียหาย แต่หลายครั้งเราก็ดำเนินชีวิตเหมือนเป็นทาสของเงินทอง ให้เวลาทั้งหมดไปกับการแสวงหาไขว่คว้ามัน และนั่นแหละความเสียหายในชีวิตของเรากำลังคืบคลานเข้ามา

1-the_worship_of_mammon

เรากำลังเผชิญกับโจทย์ที่เราจะต้องตอบว่าเราให้ลำดับความสำคัญอย่างใดมาก่อน การรับใช้พระเจ้าที่ทำให้ชีวิตของเรามีความหมายอย่างแท้จริงอยู่เหนือสิ่งอื่นๆในชีวิตไหม? เรารักพระเจ้าเหนือสิ่งอื่นใดไหม? 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

9 พฤศจิกายน 2018 วันศุกร์สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

วันนี้พระเยซูเจ้าทรงขับไล่บรรดาผู้ที่ทำให้พระวิหารเป็นมลทิน ใช้บ้านพระเพื่อการแสวงหาผลประโยชน์ และเมื่อพระองค์ถูกทวงถามว่ามีอำนาจอะไร พระองค์กลับพูดถึงวิหารใหม่ซึ่งก็คือพระกายทิพย์ของพระองค์ ““จงทำลายพระวิหารนี้ แล้วเราจะสร้างขึ้นใหม่ภายในสามวัน”

นักบุญเปาโลทำให้เราเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าคริสตชนทุกคนเป็นพระวิหารที่พระเจ้าประทับอยู่ โดยมีพระคริสตเจ้าเป็นรากฐาน เหมือนกับที่พระองค์ตรัสว่าที่ใดที่สองหรือสามคนภาวนาในนามของเรา เราก็ประทับอยู่ที่นั่น” และท่านกลุ่มคริสตชนก็คือพระวิหารที่ท่านนักบุญกำลังสร้างขึ้น ท่านปรารถนาให้พวกเขาเป็นพระวิหารที่เหมาะสมบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ท่านจึงเตือนว่า “แต่ละคนจะต้องระมัดระวังว่าเขาก่อสร้างอย่างไร รากฐานที่วางไว้แล้วนี้คือพระเยซูคริสตเจ้าและไม่มีใครวางรากฐานอื่นได้อีก” เราปล่อยให้หลายอย่างเข้ามาในชีวิตของเราจนทำให้ชีวิต(ร่างกายและจิตใจ)ซึ่งเป็นพระวิหารของพระเจ้าเป็นมลทินหรือไม่?

jesus-moneychangers

หนังสือประกาศกเอเศเคียลพูดถึงพระวิหารของพระเจ้าที่เป็นต้นน้ำที่ก่อกำเนิดชีวิต ช่วยให้เจริญเติบโตและเยียวยารักษา พวกเราก็คงเป็นความหวังของพระเยซูเจ้าที่จะมีบทบาทในการส่งเสริมชีวิต ช่วยให้เกิดความก้าวหน้าและมีส่วนในการเยียวยารักษาจิตใจเพื่อนมนุษย์ เพื่อว่าผู้ใดเห็นเราได้เห็นพระเยซูเจ้าด้วย

มีอะไรบ้างไหมที่เราต้องขจัดออกไปจากชีวิตของเราเพื่อทำให้เป็นพระวิหารอันบริสุทธิ์เหมาะสมเป็นที่ประทับของพระเป็นเจ้า? เราให้ชีวิตของเราเป็นต้นธารความดีในเรื่องใดบ้าง?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

8 พฤศจิกายน 2018 วันพฤหัส สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

เรื่องแกะที่หลงฝูงและเงินเหรียญที่หายที่พระเยซูเจ้าทรงเล่าในวันนี้ต้องการจะบอกว่าพระเจ้าทรงรู้สึกอย่างไรเมื่อมนุษย์คนหนึ่ง(ลูกของพระ)หลงทางในการดำเนินชีวิต หลงผิดในความชั่ว พระองค์จะทรงแสวงหาเขาจนพบ แน่นอนมีความจำเป็นเร่งด่วนเสมอที่จะลงมือแสวงหาในทันที มิฉะนั้นคงไม่พบสิ่งที่ขาดสูญไป

ประสบการณ์การช่วยชีวิตเด็กๆ “ทีมหมูป่า” อาจจะทำให้เราจินตนาการได้ว่าเด็กๆ ที่หลงเข้าไปแล้วคงอยากจากออกจากที่นั่น และคงรอคอยให้มีใครสักคนมาพบเข้าและช่วยเขาแน่ๆ เพราะเขาทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการประทังชีวิตให้นานที่สุด และความยินดีเกิดขึ้นทันทีเมื่อพวกเขาได้รับการช่วยให้รอดได้ อาจจะมีคนที่รอคอยให้เราช่วยให้กลับคืนสู่สภาพชีวิตที่สมศักดิ์ศรีของตนอยู่รอบข้างเราก็ได้? ใครคือบุคคลเหล่านั้น?

download (4)

พวกฟารีสีคอยแต่ตัดสินว่าใครเป็นคนบาปเป็นคนชั่วในสายตาของตน และพยายามไม่เอาตัวเข้าไปสมาคมด้วย แต่พระเยซูเจ้ากลับ “กินดื่มคนเก็บภาษีและเป็นเพื่อนกับคนบาป” พระองค์ตรัสว่าพระองค์มา “ตามหาลูกแกะที่หายไป” พระองค์หยิบยื่นความรักของพระผ่านทางกิจการแห่งความรัก ให้ความหวังให้กำลังใจให้โอกาส โดยไม่เกรงกลัวว่าใครจะตัดสินพระองค์อย่างไร

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

7 พฤศจิกายน 2018 วันพุธ สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

นักบุญเปาโลสอนเราว่ากิจการดีที่เรากำลังทำอยู่นั้นให้เรามุ่งมั่นทำด้วยความกระตือรือร้น ร้อนรน และแน่นอนว่าพระเป็นเจ้าจะทรงเสริมกำลังเราโดยให้เรา “…มีทั้งความปรารถนาและความสามารถที่จะทำงานตามพระประสงค์”

พระเยซูเจ้าย้ำว่าการบรรลุถึงเป้าหมายในชีวิตของเราอาจจะต้องผ่านปัญหาอุปสรรคเป็นกางเขนที่เราต้องรับแบก และแน่นอนว่าการร่วมในการสร้างอาณาจักรของพระเจ้าอาณาจักรแห่งความดีอาณาจักรแห่งความเป็นหนึ่งเดียวนั้นยิ่งเรียกร้องการเสียสละน้ำใจของเรามากไปกว่านั้นอีก พระองค์ตรัสว่า “…ทุกท่านที่ไม่ยอมสละทุกสิ่งที่ตนมีอยู่ ก็เป็นศิษย์ของเราไม่ได้”

take-up-your-cross

เราวอนขอพลังจากพระเป็นเจ้าเป็นพิเศษเพื่อเราจะได้พร้อมเสมอที่จะรับใช้พระองค์ด้วยความกระตือรือร้น

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

6 พฤศจิกายน 2018 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประวำวัน

ความสุขในการร่วมในงานเลี้ยงแห่งพระอาณาจักรสวรรค์ไม่ใช่ความอิ่มหนำในแบบโลกแห่งวัตถุ แต่เป็นความอิ่มใจความสุขใจที่เราสัมผัสได้ด้วยจิตวิญญาณของเรา ความดีที่จะเกิดขึ้นในโลกนี้คือโต๊ะแห่งงานเลี้ยงที่จะทำให้เราอิ่มหนำและสุขใจที่พระเจ้าทรงเชิญเชิญให้เราเข้ามาร่วมสังสรรค์  เมื่อเราร่วมในความดีไม่ว่าในรูปแบบใดความสุขใจความอิ่มใจจะเกิดขึ้นเสมอ

พระองค์ทรงใจกว้างเชิญแขกรับเชิญก่อนซึ่งคนเหล่านี้ก็คือคนที่มีพระพรของพระมากมาย ครอบครัว การงานที่มั่นคง เกียรติยศชื่อเสียง น่าเสียดายหลายครั้งกลับกลายเป็นเหตุผลของเราที่ปฏิเสธคำเชื้อเชิญของพระองค์ในงานเลี้ยงแห่งความดีนี้ อย่างไรก็ดีคำเชิญนี้ยังไปถึงคนยากคนจน คนที่รู้สึกว่ามีพระพรของพระน้อยเหลือเกิน  แต่หลายๆ ครั้งกลับเป็นบุคคลต่างๆ เหล่านี้ที่มักตอบรับคำเชิญ ที่มีน้ำใจร่วมในกิจการดี แถมยัง “มีที่ว่าง” ที่เพียงพอเชิญให้เราแต่ละคนเข้าไปร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วย

'The_Feast_of_Achelous'_by_Jan_Brueghel_the_younger_and_Hendrick_van_Balen

ไม่มีใครมีน้อยจนไม่สามารถแบ่งปันให้ใครได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราพร้อมจะแบ่งปันหรือไม่?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

5 พฤศจิกายน 2018 วันจันทร์ สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ในการทำสิ่งใดหรือในความร่วมมือกับผู้อื่นเรื่องใดก็ตามไม่ว่าจะด้วยถูกร้องขอหรือเราเห็นความจำเป็นที่อยู่ตรงหน้า ถ้าเราคิดเพียงว่า “ทำแล้วจะได้อะไร” “มันเกี่ยวข้องกับฉันหรือเปล่า” เราก็ไม่ต่างอะไรกับพวกที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่อยากให้ใครดีใครเด่นเกินตัวเอง และคงจะให้ความร่วมมือเมื่อได้ประโยชน์หรือได้รางวัลตอบแทนอย่างใดอย่างหนึ่ง

นักบุญเปาโลย้ำถึงจิตตารมณ์คริสตชนว่าควรจะเป็นความรักฉันพี่น้องที่มุ่งไปที่ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่ทำเพื่อชิงดีหรือโอ้อวด ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวแต่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเสมอ

harold-copping-parable-of-the-great-supper-400x546

พระเยซูเจ้าสอนให้เราก้าวผ่านไปอีกระดับหนึ่งคือ “การให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน” สิ่งที่สำคัญก็คือสิ่งที่เราทำควรจะเป็นการทำเพื่อพระเจ้าต่อหน้าพระเจ้า เหนือสิ่งอื่นใดทุกสิ่งที่เราทำทุกสิ่งที่เราให้แก่ผู้อื่นนั้นไม่ใช่ของเราแต่เป็นพระพรและของประทานที่พระเจ้าทรงมอบแก่เราก่อนแล้ว  ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรอคอยหรือเรียกร้องรางวัลหรือการตอบแทน ดังนั้นเราจะยินดีในสิ่งที่เราทำในสิ่งที่เราให้แก่ผู้อื่นเสมอเพราะเรารู้ว่าเราทำเพื่อพระเจ้าและทำต่อหน้าพระองค์

ท่าทีของฉันในการให้เป็นแบบที่พระเยซูเจ้าสอนมากน้อยเพียงใด? มีอะไรบ้างที่ฉันได้รับจากพระเจ้าตราบจนทุกวันนี้? ฉันจะใช้แบ่งปันเพื่อความดีของส่วนรวมได้อย่างไรบ้าง?