ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

23 เมษายน 2019 วันอังคารในอัฐมวารปัสกา

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

เราคงอยากพบพระเยซูเจ้าในแบบที่เราคาดหวังให้เป็น แต่พระเยซูเจ้าที่กลับเป็นขึ้นมาแม้แต่มารีย์มักดาเลนาก็ยังจำพระองค์ไม่ได้ พระองค์ไม่ได้ปรากฎมาในแบบที่นางคาดคิด

สำหรับผู้ที่แสวงหาพระองค์ทุกคนคงมีประสบการณ์เดียวกัน เราต้องเรียนรู้ที่จะรู้จักพระองค์ในรูปแบบที่เราไม่คาดคิด ในสถานการณ์หรือในสถานที่ที่เราไม่ได้คาดหวัง…

พระองค์ยังตรัสกับเราเช่นเดียวกันว่า “….(ท่าน)กำลังเสาะหาผู้ใด”

.

.

.

.

Advertisements

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

22 เมษายน 2019 วันจันทร์ในอัฐมวารปัสกา

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

บางทีเมื่อรู้สึกว่าจะต้องสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไปไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง อำนาจ ตำแหน่ง หน้าตาในสังคม ธุรกิจ ความมั่นคง ความภาคภูมิใจ เรามักมีปัญหาในการรับความจริง การคดโกง ฉ้อฉล บิดเบียน ปกปิดจึงติดตามมา

น่าแปลกที่พวกทหาร หัวหน้าสมณะซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มบุคคลที่น่าจะมีความกล้าหาญ มีเกียรติและสง่าผ่าเผยกลับมีความหวั่นกลัวในความจริง พวกเขาพยายามปกปิดความจริงและคงไม่มีความสงบในจิตใจ แต่สตรีทั้งสองซึ่งไร้ซึ่งอำนาจ และถือเป็นบุคคลต่ำต้อยกลับเป็นบุคคลที่อยู่กับความจริงด้วยความกล้าหาญ และชื่นชมยินดี

พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนชีพองค์แห่งความจริงตรัสกับเราในวันนี้ว่า “อย่ากลัวเลย…” เพราะพระองค์ยังประทับอยู่กับเรา พระองค์จะทำให้เราเป็นอิสระ ความจริงจะทำให้เราเป็นอิสระ

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

16 เมษายน 2019 วันอังคาร สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

“… ท่านคนหนึ่งจะทรยศเรา…เป็นผู้ที่เราจะจุ่มขนมปังส่งให้…”

บางครั้งเราอาจจะเป็นศิษย์คนนั้นที่ทรยศต่อพระเยซูเจ้า ทั้งที่เราได้ร่วมโต๊ะศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ในพิธีบูชาขอบพระคุุณบ่อยๆ

บางครั้งเราอาจจะหาประโยชน์จากความศรัทธาของผู้คนที่มีต่อพระเยซูเจ้า หาประโยชน์จากพลังอำนาจของพระองค์ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการที่ยูดาสคิดต่อพระองค์

บางครั้งเราอาจจะเป็นไม่ซื่อสัตย์ต่อการดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระองค์ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการทรยศต่อพระองค์ เราสัญญามากมายว่าจะรักพระองค์แต่เมื่อคราวคับขันเราก็ถอยหนี

แต่พระองค์ทรงรักเราและพร้อมจะอภัยเสมอ…เราพร้อมจะหันกลับมาหาพระองค์หรือไม่???

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

14 เมษายน 2019 วันอาทิตย์แห่ใบลาน

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

หากเราเป็นผู้ติดตามพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริงเห็นทีเราควรต้องเลิกการดำเนินชีวิตแบบ “เจ้าบุญนายคุณ”

เราคิดเสมอว่าเมื่อฉันดำเนินชีวิตอย่างดี พระเจ้าต้องเมตตาและตอบแทนความดีแก่ฉันเป็นความสุขความสำเร็จเกียรติยศชื่อเสียงที่ฉันต้องการ หรืออย่างน้อยต้องก็ไม่ควรต้องยากลำบากอย่างที่เป็นอยู่นี้

ฉันปฏิบัติกิจเมตตาอะไรต่อใคร ไม่ว่าจะเป็นลูกหลาน ลูกน้อง คนยากจนขัดสนและต้องการที่พี่ง ฉันก็คาดหวังว่าพวกเขาจะสำนึกในบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่ฉันเผื่อแผ่ ฉันควรได้รับความเคารพให้เกียรติเพราะเขาได้รับความอนุเคราะห์จากฉัน

การเป็นผู้รับใช้ของฉันก็ต้องได้รับคำชื่นชมสรรเสริญ ฉันต้องการให้สิ่งที่ฉันคิดบังเกิดขึ้นจนลืมไปว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนที่ฉันรับใช้ต้องการจริงๆ

ฉันเรียกร้องให้ใครๆ เข้าใจฉัน ยอมรับฉัน แต่ฉันไม่เคยคิดจะเข้าใจใคร ยอมรับใครอย่างแท้จริง เพราะฉันคิดถึงแต่ตัวของฉันเอง

ฉันไม่เคยยอมรับความยากลำบากเพราะหากจะให้ฉันทำหน้าที่อย่างหนึ่งอย่างใด ฉันคิดว่าฉันสมควรที่จะได้รับการสนับสนุนทุกอย่าง สิ่งที่ฉันคิดจำเป็นและเป็นสิ่งที่ฉันต้องการ และหากไม่เป็นที่ยอมรับไม่สำเร็จฉันก็พร้อมจะ “สละเรือไขก๊อก” เพราะฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อจะต้องจบชีวิตไปกับภารกิจนั้น… ฉันคาดหวังสิ่งที่จะทำให้ส่งชีวิตของฉันสู่ความรุ่งโรจน์

แต่พระเยซูเจ้าที่เรากำลังติดตาม “เข้ากรุงเยรูซาเล็ม” นครศักดิ์สิทธิ์นั้น เป็นผู้รับใช้อย่างแท้จริง

พระองค์เป็นผู้รับใช้ที่ “มีลิ้น ของผู้ที่พระเจ้าทรงสอน” พูดจาให้กำลังใจคน มีคำพระ มีคำพูดประสานมิตร สร้างชีวิตหนุนกำลังใจ

พระองค์เป็นผู้รับใช้ที่มีหู “ฟังเหมือนศิษย์ที่พระเจ้าทรงสอน” ฟังความยากลำบากเดือดร้อนของผู้คน…

พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ยอมสลายตนเอง ” ทรงสละพระองค์จนหมดสิ้น ทรงรับสภาพดุจทาส เป็นมนุษย์ดุจเรา… จนถึงกับทรงยอมรับแม้ความตาย เป็นความตายบนไม้กางเขน…” พระองค์ไม่เบือนหนีความทุกข์ทรมานจากการเบียดเบียน. “…ข้าพเจ้าไม่ต่อต้าน ไม่หันหลังหนีไป ข้าพเจ้าหันหลังให้แก่ผู้โบยตีข้าพเจ้า และหันแก้มให้แก่ผู้ที่ดึงเคราข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ซ่อนหน้าแก่ผู้สบประมาทและถ่มน้ำลายรด… ” จุดประสงค์เดียวคือเพื่อให้พระประสงค์ของพระบิดาสำเร็จไป เป็นความสุภาพที่ยอมรับทุกสิ่งโดยไม่สงวนเกียรติยศศักดิ์ศรีไว้สำหรับตนเองเลย…

เรายังจะคงเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ไปหรือไม่…

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

13 เมษายน 2019 วันเสาร์ สัปดาห์ 5 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

บางครั้งเราก็รู้สึกหวั่นไหวไม่สบายใจเมื่อความดีเกิดขึ้น เมื่อคนดีประกอบกิจการดีและกิจการของเขาส่งผลเป็นความเปลี่ยนแปลงมาตกกระทบเรา เหมือนข่าวเกี่ยวกับพระเยซูเจ้ามาถึงชาวฟารีสีและหัวหน้าสมณะ

น่าเสียดายที่กิจการและการเทศน์สอนของพระเยซูเจ้าถูกมองว่าเป็นการสร้างปัญหาสำหรับพวกเขาและประชาชน เพราะความสนใจของเขาต่างจากเป้าหมายของการเสด็จมาของพระเยซูเจ้า ความต้องการของพวกเขาต่างจากพระประสงค์ของพระเจ้า และสิ่งที่พวกเขาทำก็คือการตัดสินใจกำจัดพระองค์ “… ท่านไม่คิดหรือว่า ถ้าคนคนเดียวจะตายเพื่อประชาชน จะเป็นประโยชน์มากกว่าที่ชนทั้งชาติจะต้องพินาศไป”

พระประสงค์ของพระเจ้าในบางครั้งอาจจะไม่ตรงกับเป้าหมายและความต้องการในชีวิตของเราแต่ละคน เราจะเลือกทำอย่างไร? จะทำเหมือนกับชาวฟารีสีและหัวหน้าสมณะหรือไม่?

.

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

12 เมษายน 2019 วันศุกร์ สัปดาห์ 5 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

พระเยซูเจ้ากล้าที่จะยืนยันต่อหน้าทุกคนไม่เว้นแม้แต่ต่อหน้าคนที่คอยจ้องจับผิดปองร้ายพระองค์ว่า ” เราได้แสดงกิจการที่ดีหลายอย่างจากพระบิดา… “ และกิจการดีนี้พระคัมภีร์ยืนยันอย่างชัดเจนว่าผู้รับพระวาจาของพระเจ้าเป็นพระเจ้า พระองค์ยืนยันว่าพระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า สิ่งที่พระองค์กระทำคือพระประสงค์ของพระเจ้า

เรากล้าที่จะยืนยันอย่างเปิดเผยต่อหน้าทุกคนไหมว่าสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้เป็นกิจการดี กิจการของพระ หรือว่าเรากำลังทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง…หรือพวกพ้องเฉพาะกลุ่ม

.

.

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

11 เมษายน 2019 วันพฤหัส สัปดาห์ 5 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

ในฐานะมนุษย์เรามักมีมุมมองจำกัดเท่าที่ศักยภาพของมนุษย์มี

เพราะข้อเท็จจริงที่พวกเขารับรู้คืออับราฮัมบรรพบุรุษของพวกเขาตาย เขาจึงคิดว่าสิ่งพระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ใดปฏิบัติตามวาจาของเรา ผู้นั้นจะไม่พบความตายเลย” นั้นจะไม่เป็นความจริง จึงนำมาสู่ข้อสรุปตามความคิดของตนเองว่าพระองค์กำลังแอบบ้างตนเอง พระองค์มีปีศาจสิง

พระเยซูนั้นเป็นผู้ที่เกินกว่าสติปัญญาของมนุษย์จะเข้าใจและรับรู้ได้อย่างครบถ้วน เพราะพระองค์คือพระบุตรของพระเจ้าพระบิดา

วันนี้พระวาจาของพระเจ้าเปิดประตูหัวใจของเราสู่เขตแดนใหม่แห่งความเชื่อ และไม่จำกัดพระองค์อยู่เพียงแค่ขอบเขตของการรับรู้ของเรา

.

.

.

.

.