ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

23 มีนาคม 2018 วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน ยรม 20:10-13 / ยน 10:31-42

คนดีในสายพระเนตรพระเจ้าเราดูได้จากอะไร? เครื่องหมายของคนดีก็คือการได้ดำเนินชีวิตในหนทางของพระเจ้าหรือหนทางแห่งความดี ถ้าเราดำเนินชีวิตอยู่ในความดีพระก็สถิตอยู่กับเรา เหมือนที่บางครั้งเราเห็นคนดีเรารู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนมีธรรมะ มีพระอยู่ในใจ เป็นเหตุนี้ที่พระเยซูเจ้าทรงยืนยันกับชาวยิวว่า ‘เราเป็นบุตรของพระเจ้า’ ถ้าเราไม่ทำกิจการของพระบิดาของเรา ท่านก็อย่าเชื่อเราเลย แต่ถ้าเราทำ แม้ว่าท่านทั้งหลายไม่เชื่อเรา อย่างน้อยก็จงเชื่อในกิจการที่เราทำนั้นเถิด แล้วท่านจะรู้และเข้าใจว่า พระบิดาสถิตในเรา และเราอยู่ในพระบิดา”  

apedreamiento-esteban

การเป็นคนดีไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้รับการยกเว้นจากการถูกเบียดเบียน การใส่ร้ายป้ายสี การถูกคุกคามอาฆาตมาดร้าย  สิ่งที่พึงสังเกตก็คือสิ่งต่างๆ เหล่านี้มักเกิดขึ้นเสมอเมื่อเราตั้งใจจะทำความดี เป็นสิ่งที่ประจญเราให้ท้อแท้ ถ้อถอย และที่สุดละเลยการกระทำความดี 

เราจะถอยหรือเราจะสู้เป็นคำตอบที่เราแต่ละคนจะต้องเลือกต้องตัดสินใจ

วันนี้อย่าลืมว่าพระเจ้าทรงสถิตกับเราเสมอแม้ในช่วงเวลายากลำบากที่สุด วางใจและมอบทุกสิ่งอย่างไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ 

“ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าจอมจักรวาล พระองค์ทรงทดสอบผู้ชอบธรรม ทรงสำรวจใจและจิต ขอโปรดให้ข้าพเจ้าเห็นว่าพระองค์ทรงลงโทษเขา เพราะข้าพเจ้าได้ทูลเสนอคดีของข้าพเจ้าให้ทรงทราบแล้ว จงร้องเพลงถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า จงสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะพระองค์ทรงช่วยชีวิตของผู้ขัดสน ให้พ้นมือของผู้ทำความชั่วร้าย”

Advertisements

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

22 มีนาคม 2018 วันพฤหัส สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน ปฐก 17:3-9 / ยน 8:51-59

เหตุแห่งความเลวร้าย หลายครั้งเกิดจากความไม่เข้าใจ ความเข้าใจผิด ประกอบกับอคติ ทิฐิ หรือที่เรียกว่าความหยิ่งจองหอง ไม่อยากให้ใครเด่นกว่าตนเอง ก่อเกิดความเกลียดชัง การตัดสินผู้อื่นอย่างผิดเพี้ยน และหลายครั้งก็ขยายเป็นความรุ่นแรง การเข่นฆ่า การทำร้ายทำลายกัน

imagem1

เพราะความไม่เข้าใจและเข้าใจผิดของพวกชาวยิว ทำให้พวกเขาไม่รู้จักตัวตนของพระองค์อย่างแท้จริง ซ้ำยังปิดใจของตนจนไม่อาจเอาชนะความผิดหลง เป็นสาเหตุให้พระเยซูเจ้าเองต้องถูกนำไปตรึงกางเขน 

บ่อยครั้งก็จำเป็นต้องตรวจสอบตัวเองเช่นกันว่า เราพยายามเข้าใจผู้อื่นมากน้อยขนาดไหนก่อนจะตัดสินชีวิตและการกระทำของผู้ใด เราเข้าใจผิดเพี้ยนไปจากความจริงในตัวเขารึป่าว มีอคติอะไรบ้างที่กำลังชี้นำชีวิตของเรา ความโกรธ ความเกลียดชัง ความอิจฉา ความเขลาเบาปัญญา ความเกียจคร้าน ความโลภ ฯลฯ

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

21 มีนาคม 2018 วันพุธ สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน ดนล 3:14-20, 24-25, 28 / ยน 8:31-42

ตาไฟที่ลุกโพลง พิสูจน์ความเชื่อวางใจในพระเจ้าของชัดรัค เมชาค และอาเบดเนโก และพวกเขาเลือกที่จะเชื่อวางใจในพระไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น “พระเจ้าที่ข้าพเจ้าทั้งหลายรับใช้จะทรงช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้พ้นจากเตาที่มีไฟลุกโพลง และให้พ้นพระหัตถ์พระองค์ได้ ข้าแต่พระราชา แม้พระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลายจะไม่ทรงช่วย ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์ทรงทราบเถิดว่าข้าพเจ้าทั้งหลายก็จะไม่ยอมรับใช้เทพเจ้าของพระองค์ และจะไม่ยอมนมัสการรูปปั้นทองคำที่พระองค์ทรงตั้งขึ้น”

Dn-3

เราอาจจะต้องถูกพิสูจน์ความเชื่อของเราในเตาไฟที่ลุกโพลงในหลายๆครั้ง หลายๆ รูปแบบ เช่น จากการตกงาน จากการสูญเสียความสัมพันธ์กับผู้อื่น จากการถูกกล่าวร้าย จากการถูกกระทำในรูปแบบต่างๆ ฯลฯ

เราถูกกับดักจากไฟแห่งความสงสัย ความสิ้นหวัง ความเกลียดชัง ความโกรธ ความขมขื่น ฯลฯ  หลายครั้งเรามักดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้เงาของความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้

เราจะข้ามผ่าน และมีชีวิตที่เป็นอิสระได้ก็โดยอาศัย “ความเชื่อ”  เพราะความเชื่อทำให้ชายหนุ่มทั้งสามคนเป็นอิสระจากความกลัวความตาย

jesus-03

โดยอาศัยความเชื่อและพระวาจาแห่งความจริงจะทำให้เราเป็นอิสระ 

โดยการให้อภัยความผิดต่อผู้ที่ทำให้เราเจ็บปวด เราเป็นอิสระในใจแล้ว ไม่ต้องแบกความโกรธเกลียดไว้

โดยการภาวนาให้กับผู้ที่ทำผิดต่อเรา เราเป็นอิสระแล้ว  

โดยการไม่ตัดสินผู้ใด เราเป็นอิสระแล้ว

โดยการรักผู้อื่น เราเป็นอิสระแล้ว ที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข

ไฟที่ลุกโพลงรอคอยเผาผลาญชีวิตของเราอาจจะไม่หมดไป อาจจะลุกโชนขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่โดยอาศัยความเชื่อในพระเจ้าและการเจริญชีวิตในความจริง เราจะมีชีวิตที่เป็นอิสระและก้าวเดินไปกับพระเจ้าท่ามกลางไฟลุกโพลงนั้น

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

18 มีนาคม 2018 อาทิตย์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

คนดี…ต้องตาย(ต่อตัวเอง)

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน ยรม 31:31-34 / ฮบ 5:7-9 / ยน 12:20-33

wheat

ถ้าเราอยากเป็นคนดีในสายพระเนตรของพระเจ้าและในสายตาของเพื่อนพี่น้อง เราต้องก้าวผ่าน(ปัสกา)บาปและความตาย เหมือนที่พระเยซูเจ้าบอกกับเราว่า “ถ้าเมล็ดข้าวไม่ได้ตกลงในดินและตายไป มันก็จะเป็นเพียงเมล็ดเดียวเท่านั้น แต่ถ้ามันตาย มันก็จะบังเกิดผลมากมาย”  คือเราเอาชนะความอ่อนแอของเรา ความเห็นแก่ตัวของเราเพื่อจะทำความดีต่อไปแม้ยากลำบาก เราต้องเสียสละตนเองไม่คิดถึงความต้องการของตนเองแต่คิดถึงความดีของผู้อื่น(ตายต่อตัวเอง) ถ้าเราไม่เสียสละ ไม่เอาชนะความอ่อนแอของตนเองก็ไม่มีทางที่เราจะได้ชื่อว่าเป็นคนดี คงไม่มีใครเห็นความดีของเรา คงไม่มีใครมองเห็นความซื่อสัตย์ซื่อตรงในการดำเนินชีวิตของเรา คงไม่มีใครอยากจดจำชื่อของเราแน่ๆ

คนดีก็ต้องทวนกระแสโลก มีน้ำอดน้ำทนต่อแรงต้านซึ่งอาจจะเป็นจิตชั่วร้ายที่ฝังในใครบางคนที่ทำให้เราต้องมีความทุกข์มีความยากลำบาก ปลาที่ไม่ว่ายทวนกระแสน้ำ ก็คงจะเป็นปลาเน่าเท่านั้น คงจะล่องลอยไปจนติดฝั่งและก็สลายไปอย่างไร้คุณค่า

sprout

การใส่ร้ายป้ายสี คำพูดที่ทำให้หมดกำลังใจ การตัดสินที่ผิวเผิน คงจะทำอะไรไม่ได้มาก ยิ่งไปเดือดร้อนกับมันก็ยิ่งถูกแปลเจตนาให้เสียหายเข้าไปอีก คนดีจึงต้องรู้จักนิ่งสงบ และซื่อสัตย์ในการทำหน้าที่ของตนต่อไป ถามตัวเองว่าพระเจ้าเรียกเราให้มาเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้า ติดตามพระองค์หรือให้เรามาเป็นเหมือนฟารีสีหน้าซื่อใจคด ถ้าอยากจะติดตามพระเยซูเจ้า เป็นคนดีของพระก็ต้องรู้จักตาย…ต่อตนเอง

ถ้าเป็นคนดีแล้วยากลำบากเราจะยังเป็นคนดีต่อไปไหม? ไม่มีใครตอบได้นอกจากตนเอง พระเยซูเจ้าเลือกที่จะทำตามพระประสงค์ของพระบิดาต่อไป “พระเยซูเจ้าตรัสเช่นนี้แสดงว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์อย่างไร” เราเองก็ต้องตัดสินใจ หนทางข้างหน้าของศิษย์พระคริสต์ ของลูกพระคือกางเขน คือความยากลำบาก เราจะรับไหม?

พระเยซูเจ้าแต่ผู้เดียวจะเป็นกำลังใจให้เรา อย่าไปหวังคำปลอบโยนจากใคร นอกจากวางใจในพระ “…พระเจ้าทรงฟังเพราะความเคารพยำเกรงของพระเยซูเจ้า ถึงแม้ว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นพระบุตร ก็ยังทรงเรียนรู้ที่จะนอบน้อมเชื่อฟังโดยการรับทรมาน และเมื่อทรงกระทำภารกิจของพระองค์สำเร็จบริบูรณ์แล้ว ก็ทรงเป็นผู้บันดาลความรอดพ้นนิรันดรแก่ทุกคนที่ยอมนอบน้อมเชื่อฟังพระองค์” ดังนั้น หนักใจอะไรก็เข้าหาพระ สวดภาวนาเถอะ แล้วจะทำให้เราก้าวผ่านไปได้ สันติในใจจะเกิดขึ้นเมื่อเราสุภาพพอที่จะให้พระเจ้านำทางเรา

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

17 มีนาคม 2018 วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

ข้าพเจ้าวางคดีของข้าพเจ้าไว้ในมือของพระองค์

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน ยรม 11:18-20 / ยน 7:40-52

หลายครั้งเรามีประสบการณ์การถูกกลั่นแกล้ง ถูกคุกคาม บางทีแทบไม่รู้สาเหตุว่าเพราะอะไร ถูกตัดสินเพียงเพราะสิ่งที่ปรากฎภายนอก ทั้งที่เขาอาจจะแทบไม่รู้จักเราดีพอ ยิ่งเป็นผู้มีอำนาจให้คุณให้โทษอาจจะยิ่งทำให้เราหวั่นไหว สั่นกลัว การดำเนินชีวิตของเราอาจจะไขว้เขวไปจากพระประสงค์ของพระ ถ้าเราไม่หนักแน่นพอ… เราจะเตลิดไป

ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรเราอาจจะมีการอธิบายได้หลายหลาก แต่สำหรับผู้มีความเชื่อเหตุการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่พระเป็นเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้น เกิดขึ้นกับเรา เกิดขึ้นกับคนอื่น หรือกับสังคม จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นความเลวร้าย ความอยุติธรรม การใส่ร้ายป้ายสี การกลั่นแกล้ง การแปลเจตนาการกระทำของเราให้เป็นไปตามอคติหรือจิตใจที่ชั่วร้ายในตัวเขา พระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้นไม่เฉพาะกับเราเท่านั้น แต่กับบรรดาประกาศกและแม้กระทั่งพระเยซูเจ้าพระบุตรของพระองค์ด้วย…

ประกาศกเยเรมีห์ช่วยให้เราเห็นแนวทางที่เป็นทางออก ที่ช่วยปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระ และช่วยให้สามารถก้าวต่อไปในพันธกิจที่พระทรงมอบแก่เรา สถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราอาจจะเป็นเครื่องเตือนใจเราก็ได้ว่า เรามีพระเจ้าที่จะคอยปกป้องเรา เราต้องเลียนรู้จักวางใจพระ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะพิสูจน์ความเชื่อของเราว่ายังมั่นคงเข้มแข็งและวางใจพระอยู่ไหม ประกาศกเยเรมีห์เลือกที่จะมอบให้พระเจ้าเป็นผู้พิพากษาและคืนความยุติธรรมให้เขา 

“บัดนี้ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าจอมจักรวาล พระองค์ทรงพิพากษาอย่างเที่ยงธรรม ทรงทดสอบทั้งความรู้สึกและจิตใจของมนุษย์ โปรดให้ข้าพเจ้าเห็นว่าพระองค์ทรงลงโทษเขา เพราะข้าพเจ้าได้มอบคดีของข้าพเจ้าไว้กับพระองค์แล้ว” (ยรม 11: 20)

pharisees

พระเยซูเจ้าก็ไม่ต่างอะไรจากเรา พระองค์ก็เผชิญกับสถานการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นเช่นเดียวกัน และเป็นสถานการณ์วิกฤติที่นำพระองค์ไปสู่ความตายบนกางเขนในที่สุดด้วย สิ่งที่พระองค์กระทำก็คือ บางครั้งพระองค์ก็หลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับคนเหล่านั้นที่จ้องคุกคามพระองค์ พระองค์เลือกที่จะภาวนาเพื่อแสวงหาพระประสงค์ของพระบิดา พระองค์เสด็จไปที่อื่นเพื่อจะสามารถทำหน้าที่ของพระองค์ได้ เมื่อไม่สามารถหลีกเลี่ยงพระองค์เลือกที่จะยอมตามพระประสงค์ของพระบิดา พระองค์ทรงให้อภัยทุกคนที่บนกางเขน…

ฉันจะดำเนินชีวิตสอดคล้องกับพระวาจาของพระได้อย่างไร?

Judging Christ

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

16 มีนาคม 2018 วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน ปชญ 2:1, 12-22 / ยน 7:1-2, 10, 25-30

คนมีอคติ คนไม่เชื่อในพระเจ้า(ไม่เชื่อในความดี) มักรู้สึกว่าคำพูดการกระทำของคนดี(คนชอบธรรม)เป็นการตำหนิติเตียนตนเอง และมักรู้สึกอึดอัด คับข้องใจเมื่อใกล้คนดี เขามักแปลเจตนาการกระทำของคนอื่นในแง่ร้าย เขาตัดสินคนอื่นจากการใช้เหตุผลผิดๆ ของเขา

6113241

หลายครั้งการใช้เหตุผลผิดๆ หรืออคติในชีวิตของเราก็ทำร้ายทำลายคนอื่น ทำร้ายทำลายคนดีดีในสังคม

บ่อยไหม ที่เราตัดติดคนอื่นด้วยอคติ และทำให้คนดีเสียน้ำใจ ฉันจะเปลี่ยนแปลงมันอย่างไรดี?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

15 มีนาคม 2018 วันพฤหัสสัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

กล้าที่จะมีชีวิต

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน อพย 32:7-14, ยน 5:31-47

ไม่ง่ายในการดำเนินชีวิตเป็นตัวของตนเอง รู้ตัวเองและแสดงออกในการกระทำอย่างมั่นใจ ไม่หวั่นไหวไหลตัวตามกระแสเพียงเพื่อให้ใครๆ ชื่นชมยอมรับนับถือ

โมเสส เป็นคนมีจิตใจดี เขาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพระตักเตือนสอนประชากรอิสราเอลอย่างซื่อสัตย์จริงจัง หลายครั้งเขาตำหนิพวกเขาตรงไปตรงมาอย่างไม่ไว้หน้า อย่างไรก็ดีโมเสสยังทูลขอพระกรุณาจากพระเจ้าอย่าทรงลงโทษประชากรอิสราเอลอย่างกล้าหาญ

Giovanni_bellini,_trasfigurazione
พระเยซูเจ้าทรงแสดงพระวรกายรุ่งโรจน์แก่สาวก 3 คน บทภูเขา

พระเยซูเจ้า ประกาศชัดเจนว่าพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า(ความดี) การกระทำของพระองค์เป็นไปตามพระประสงค์ของพระบิดา และมั่นใจว่าสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำก็จะพิสูจน์ตัวตนของพระองค์เองว่าพระองค์เป็นใคร  พระองค์ตรัสว่า  เรามิได้แสวงหาที่จะทำตามใจของเราแต่ทำตามพระประสงค์ของพระองค์ผู้ทรงส่งเรามา” (ยน 5:30) “…งานที่พระบิดาทรงมอบหมายให้เรากระทำจนสำเร็จงานที่เรากำลังกระทำอยู่นี้เป็นพยานถึงเราว่าพระบิดาทรงส่งเรามา(ยน 5:36)เราไม่ต้องการเกียรติจากมนุษย์” (ยน 5:40)พระวาจาวันนี้เชิญชวนให้เรามองดูการดำเนินชีวิตของเราว่าเป็นอย่างไร? มีอะไรบ้างที่อยากจะปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น?