ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

5 มิถุนายน 2018 วันอังคาร สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

พระเยซูเจ้าตรัสว่า “…ของของพระเจ้าก็จงคืนให้พระเจ้าเถิด”

อะไรบ้างที่เป็นของเรา หากเราเป็นธรรมกับตัวเองจริงๆ เราน่าจะยอมรับความจริงได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเรา ไม่ใช่ของของเรา แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า เป็นสิ่งที่พระเจ้ามีพระทัยเมตตามอบให้กับเราทั้งสิ้น อาทิ ชีวิต เวลา ความรู้ สติปัญญา ทรัพย์สินเงินทอง ฯลฯ

บ่อยๆ เราใช้ของที่พระประทานมาเพื่อประโยชน์ของตนเอง บางครั้งเราไม่เห็นประโยชน์หรือใช้ของที่เราได้มาอย่างไม่เห็นคุณค่า ก็น่าคิดว่าเราใช้ชีวิตอย่างไรในแต่ละขณะแต่ละวัน…

render-unto-caesar1

ของของพระเจ้าก็จงคืนให้พระเจ้านั้นหมายถึง การให้ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงประทานให้เรามาบรรลุถึงเป้าหมายตามธรรมชาติของมัน พระเจ้าเป็นองค์แห่งความดี อะไรก็ตามที่มาจากพระองค์ล้วนเป็นสิ่งดี หากทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำนำไปสู่ความดีนั่นคือการคืนให้พระเจ้า

วันนี้พิจารณาสักนิดว่าเราใช้ของประทานจากพระอย่างไร บังเกิดผลดีมากน้อยขนาดไหน?

Advertisements

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

4 มิถุนายน 2018 วันจันทร์สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

บางทีเราคิดว่า โตขึ้นน่าจะฉลาดขึ้น มีความคิดความอ่านมากขึ้น มีวุฒิภาวะมากขึ้น แต่คุณธรรม ความรู้ วุฒิภาวะไม่ได้ก้าวหน้าเติบโตขึ้นตามการเจริญเติบโตของร่างกาย เราต้องแสวงหาและพระเจ้าจะช่วยให้เราได้พบ

maxresdefault

นักบุญเปโตรเสนอว่า ให้เรามีศรัทธาในความดี เราต้องเชื่อในคุณค่าของความดี หรือเราอาจจะบอกว่ามีพระในจิตใจ และเราต้องเสริมความเชื่อของเราด้วยคุณธรรม นั่นหมายความว่าเราต้องลงมือปฏิบัติจนเป็นนิสัยถาวรของเรา เราต้องแสวงหาความเข้าใจในความดีที่เราปฏิบัติ ถ้าเราทำไปเพราะได้รับคำสั่งสอนมาโดยไม่เข้าใจก็ไร้คุณค่าสำหรับเรา เรายังต้องเพียรทนและรู้จักควบคุมตนเอง ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ถ้าไม่อดทนอ่านหนังสือก็จะไม่ได้ความรู้ ถ้าไม่อดทนบังคับตนเองคุณธรรมก็คงไม่เกิดเช่นกัน แต่เราจะพากเพียรอดทนได้เราคงต้องเลื่อมใสศรัทธาในสิ่งนั้นจริงๆ ถ้าเราศรัทธาในความดีและเห็นว่าเป็นสิ่งมีคุณค่าอย่างแท้จริงแม้ยากลำบากแค่ไหนเราก็จะมีมานะบากบั่นไม่ท้อถอยในการทำดี และที่สุด เราต้องมีแนวร่วมคือเพื่อนพี่น้องที่มีอุดมการณ์ความคิดทัศนคติในทางเดียวกัน เพื่อให้การสนับสนุนกัน

ขอพระเจ้าทรงช่วยท่านให้ก้าวหน้าในคุณธรรมความดีเสมอเทอญ

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

2 มิถุนายน 2018 วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

วันนี้นักบุญยูดา อัครสาวกสอนเราให้เรามั่นคงในความดี ศรัทธาในความดีและสร้างตนเองจากความดี “จงเสริมสร้างตนเองจากพื้นฐานความเชื่อศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของท่าน…จงมีความรักอย่างมั่นคงในพระเจ้า” ปัญหาสำคัญของเราคือความสงสัยการไม่มั่นใจในความดี การไม่ยอมรับคำสั่งสอนที่ทำให้เรามั่นคงอยู่ในหนทางที่ถูกต้องหนทางแห่งความดี เหมือนกับพวกมหาสมณะ ฟารีสีและผู้อาวุโสที่ไม่ยอมรับพระเยซูเจ้า พวกเขาถามพระองค์ว่า “ท่านมีอำนาจใดจึงทำเช่นนี้ ใครมอบอำนาจให้ท่านทำการเหล่านี้”

12

ท่านยังสอนให้เราคิดถึงความดีและคุณค่าอันสูงส่งอยู่เสมอ “… จงอธิษฐานภาวนาในพระจิตเจ้า…” วิธีการที่ท่านแนะนำคือการผูกพันตัวเองในการปฏิบัติศาสนกิจ การเข้าวัด ฟังเทศน์ฟังธรรมและนำสู่การดำเนินชีวิตตามคำสั่งสอนที่สอดคล้องกับความดี…

ไม่เพียงเท่านั้นท่านนักบุญยูดายังสอนให้เราคิดถึงคนอื่นเสมอ โดยเฉพาะคนที่ยังมีใจโลเล คนใจโลเลคือคนที่ยังไม่มั่นคงทางจิตใจ สับสนและยังตัดสินไม่ได้อย่างถูกต้องว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก อะไรผิด เขาไม่มีความเข้มแข็งพอที่จะยืนยันสิ่งที่ถูกต้องหรือสม่ำเสมอในการทำความดี เมื่อมีบุคคลเหตุการณ์หรือสถานการณ์บีบบังคับเขาก็ผิดพลาดบกพร่องได้ง่าย คนใจโลเลรอบข้างเราอาจจะหมายถึงบรรดาเด็กๆ ผู้น้อย ผู้ที่อ่อนไหวง่าย นักบุญยูดาสอนให้เรา “ช่วยเขาให้รอดพ้นโดยดึงเขาออกมาจากไฟ”  อะไรเป็นไฟที่จะเผาทำลายชีวิตของพวกเขาก็เป็นสิ่งที่ควรขจัดออกไป หรือป้องกันคนใจโลเลเหล่านี้ วิธีที่ดีที่สุดก็คือการปลุกฝังคุณธรรมความดีในใจของพวกเขานั่นแหล่ะ

และแน่นอนการทำให้เรามั่งคงในความดีอยู่ได้ หรือการทำให้เรามีพระอยู่ในชีวิตของเราอยู่เสมอนั้น สิ่งที่ควรตระหนักอยู่เสมอคือการไม่ปล่อยตัวเองไปในหนทางของความชั่วร้าย ซึ่งท่านนักบุญยูดาย้ำว่า “จงสงสารคนอื่นด้วย แต่ต้องมีความระมัดระวัง จงอยู่ห่างแม้กระทั่งเสื้อที่เปื้อนมลทินของเขา” นั่นหมายถึงระยะห่างที่เราต้องรักษา ไม่คลุกคลีตีโมงไปกับเพื่อนหรือร่วมในกิจกรรมทุกอย่างโดยไม่ตรวจสอบเสียก่อนว่าเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้องหรือไม่ ร่วมทุกข์ร่วมสุขแต่ไม่จำเป็นต้องร่วมกระทำสิ่งชั่วร้าย หรือปล่อยให้ตัวเองตกต่ำทางศีลธรรมไปด้วย

ท่านศรัทธาในความดี และยังคงยึดมั่นในหนทางความดีอยู่หรือไม่? มีใครบ้างที่ท่านอยากจะช่วยเขาให้พ้นจากสภาพเลวร้ายที่เขากำลังเผชิญอยู่?

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

1 มิถุนายน 2018 วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

มะเดื่อเทศ เป็นต้นไม้ที่มีกล่าวถึงในพระคัมภีร์บ่อยๆ  เป็นต้นไม้ที่มีใบและทรงพุ่มใหญ่แผ่กว้าง มักจะให้ร่มเงาที่ดีกว่าต้นไม้อื่นๆ ในภูมิประเทศแถบนั้น ภาพการนั่งใต้ต้นมะเดื่อเทศของตนเองเป็นสัญลักษณ์หมายถึงสันติภาพ ความอุดมสมบูรณ์ และความหลากหลาย และมักใช้ในพระคัมภีร์ของชาวอิสราเอล ต้นมะเดื่อเทศมักให้ผลประมาณ 3-10 ครั้งต่อปี เมื่อต้นมะเดื่อเทศเริ่มมีใบเขียวก็เป็นที่รู้กันว่ามันเริ่มจะออกผลให้ได้รับประทานแล้ว

พระเยซูเจ้าทรงสาบแช่งต้นมะเดื่อเทศที่พระองค์คิดว่าจะมีผลให้พระองค์ได้รับประทานแก้หิวแต่ทรงพบแต่ใบ วันรุ่งขึ้นเปโตรเห็นว่าต้นมะเดื่อต้นนั้นเหี่ยวเฉาไป

พระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มที่พระเยซูเจ้าและเราทุกคนคงเข้าใจได้ว่าควรจะเป็นสถานที่สำหร้บการอธิษฐานภาวนา แต่สภาพที่พระองค์พบเห็นไม่ต่างอะไรกับตลาดซื้อขายสินค้า ไม่ต่างอะไรกับศาสนาพานิชในยุคปัจจุบันกระมัง วัด ศาสนสถานกลายเป็นแหล่งแสวงหาผลประโยชน์ ไม่สงบดังที่ควรจะเป็น “มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์มิใช่หรือว่า บ้านของเราจะได้ชื่อว่าบ้านแห่งการอธิษฐานภาวนาสำหรับนานาชาติ แต่ท่านทั้งหลายกลับมาทำให้เป็นซ่องโจร”  พระองค์ทรงขับไล่พวกเขาออกไป (พระวิหารที่กรุงเยรูซาเล๋็ม ถูกทำลายในปี ค.ศ.70)

118232-994xNone

พระวาจาของพระเจ้าวันนี้เตือนเราให้ใช้พระพรของพระอย่างถูกต้อง และทำให้เกิดผลเป็นความดีเสมอ หากเราใช้พระพรของพระอย่างเห็นแก่ตัวไม่เหมาะสมพระองค์ย่อมจะทรงสาบแช่งพิพากษาลงโทษเรา นักบุญเปโตรจึงสอนเราในวันนี้ว่า “จงมีความสุขุมรอบคอบ รู้จักประมาณตนเพื่ออธิษฐานภาวนา ที่สำคัญที่สุด จงมีความรักกันอย่างมั่นคง เพราะความรักลบล้างบาปได้มากมาย จงต้อนรับกันโดยไม่ปริปากบ่น แต่ละคนจงใช้พระพรที่ได้รับมาเพื่อรับใช้กัน ประดุจผู้จัดการที่ดีเพื่อแจกจ่ายพระหรรษทานหลากหลายของพระเจ้า

การดำเนินชีวิตของท่านเป็นเหมือนมะเดื่อที่กำลังออกผลหรือเปล่า?

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

31 พฤษภาคม 2018 วันพฤหัส สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ฉลองพระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมเยียน (นางเอลีซาเบธ)

ความรักทำให้เราเสียสละตนเองเสมอและทำทุกสิ่งเพื่อความดีของผู้อื่น ทำทุกสิ่งเพื่อเห็นแก่พระเห็นแก่ความดี ถ้าเราไม่มีความรักที่แท้จริงเราคงทำสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้ไม่ได้

“พี่น้อง จงรักด้วยใจจริง จงหลีกหนีความชั่ว จงยึดมั่นในสิ่งที่ดี จงรักกันฉันพี่น้อง จงคิดว่าผู้อื่นดีกว่าตน อย่าเฉื่อยชา จงมีจิตใจกระตือรือร้นในการรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้า จงชื่นชมยินดีในความหวัง จงมีความอดทนต่อความทุกข์ยาก จงพากเพียรในการภาวนา จงเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ในยามขัดสน จงต้อนรับด้วยอัธยาศัยไมตรี
       จงอวยพรผู้ที่เบียดเบียนท่าน จงอวยพรเขา อย่าสาปแช่ง จงร่วมยินดีกับผู้ที่ยินดี จงร้องไห้กับผู้ที่ร้องไห้ จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อย่ามักใหญ่ใฝ่สูง แต่จงยอมทำสิ่งต่ำต้อยเถิด อย่าทะนงว่าตนฉลาด”

maxresdefault

แบบอย่างของแม่พระช่วยให้เราเห็นถึงการทำเพื่อความดีของผู้อื่น เป็นความรักที่สละตนเองอย่างแท้จริง ทั้งที่พระนางเองตั้งครรภ์แม่พระยังเลือกที่จะไปเยี่ยมนางเอลีซาเบธและอยู่คอยช่วยเหลือจนนางเอลีซาเบธให้กำเนิดบุตร เพราะรู้ว่านางคงมีความยากลำบากเนื่องจากตั้งครรภ์เมื่อนางชราแล้ว…

วันนี้ลองตรวจสอบการดำเนินชีวิตของท่านสักหน่อยว่าเป็นการกระทำเพราะเห็นแก่ความดีเพราะเห็นแก่ความรักที่แท้จริงหรือไม่? เป็นความดีเป็นความรักต่อเพื่อนพี่น้องอย่างไร? เป็นความรักต่อพระอย่างไร?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

30 พฤษภาคม 2018 วันพุธ สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

การดำเนินชีวิตในหนทางแห่งความดี การร่วมมือกับผู้อื่นในการสร้างสังคมแห่งสันติภาพ ความสงบสุข หรือที่เรียกว่าพระอาณาจักรของพระเจ้า มีสิ่งที่ไม่สอดคล้องและไม่ควรให้เกิดขึ้นในจิตใจของเราคือการดำเนินชีวิตตามค่านิยมของโลก

ค่านิยมของโลกคือการแสวงหาความสะดวกสบาย เกียรติยศชื่อเสียง การแสวงหาอำนาจ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว แม้กระทั่งในหมู่ของอัครสาวกเองก็ยังแสวงหาและคาดหวังสิ่งต่างๆ เหล่านี้ “ขอโปรดให้ข้าพเจ้าคนหนึ่งนั่งข้างขวา อีกคนหนึ่งนั่งข้างซ้ายของพระองค์ในพระสิริรุ่งโรจน์เถิด” พวกเขาไม่ตระหนักถึงภาระความรับผิดชอบจนพระเยซูเจ้าเตือนสติพวกเขา  “ท่านไม่รู้ว่ากำลังขออะไร ท่านดื่มถ้วยซึ่งเราจะดื่มได้ไหม หรือรับการล้างที่เราจะรับได้หรือไม่” 

จุดหมายปลายทางของการดำเนินชีวิตตามกระแสของโลกคือความขัดแย้ง การอิจฉาริษยา การไม่พร้อมที่จะเป็นหนึ่งเดียวกับคนอื่น และการทำร้ายทำลายกันก็จะเกิดขึ้น พระวรสารวันนี้ยังบันทึกไว้ว่า “เมื่อได้ยินดังนั้น อัครสาวกอีกสิบคนรู้สึกโกรธยากอบและยอห์น” ที่พวกเขาทูลขอตำแหน่งจากพระเยซูเจ้า

DetailMarcoBasaitiVocazioneDeiFigliDiZebedeo

พระเยซูเจ้าทรงสอนหนทางใหม่ หนทางแห่งการรับใช้ “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่า คนต่างชาติที่คิดว่าตนเป็นหัวหน้าย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้เป็นใหญ่ย่อมใช้อำนาจบังคับ แต่ท่านทั้งหลายไม่ควรเป็นเช่นนั้น ผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่งในหมู่ท่าน ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ทุกคน เพราะบุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมนุษย์ทั้งหลาย”

การรับใช้เป็นการตอบสนองต่อความดีความจำเป็นของผู้อื่น ของสังคมส่วนรวม ซื่งบางครั้งเรียกร้องการเสียสละ เรียกร้องความรักที่เรามีต่อผู้อื่น

ความรักจึงแสดงออกเป็นการรับใช้ผู้อื่นเสมอ ท่านพร้อมที่จะรับใช้ผู้อื่นไหม? อะไรบ้างที่ฉันสามารถรับใช้ผู้อื่นได้บ้าง?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

29 พฤษภาคม 2018 วันอังคาร สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

นักบุญเปโตรสอนเราว่าเมื่อเรารู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร อะไรดีอะไรชั่ว ก็จงรู้จักประพฤติปฎิบัติตนให้เหมาะสม ดังคำในพระคัมภีร์ที่ว่า  “ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเราเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์”  

folloow-Jesus-1

พระเยซูเจ้าทรงย้ำว่าพระเจ้าจะทรงตอบแทนความดีที่เราเพียรกระทำเพราะเห็นแก่ความดีอย่างแน่นอน ดังนั้นแม้ว่าเราจะได้รับความยากลำบากหรือถูกเบียดเบียนบ้าง “ดังนั้น จงประพฤติตนดังบุตรที่เชื่อฟัง อย่าประพฤติตามกิเลสตัณหาดังแต่ก่อนเมื่อท่านยังขาดความรู้ แต่จงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ในความประพฤติทุกประการตามแบบฉบับของพระผู้ศักดิ์สิทธิ์ผู้ทรงเรียกท่าน”

วันนี้ให้เรารู้จักบังคับใจตนเองไม่หลงไปตามสิ่งยั่วยวน และตั้งใจทำแต่ความดีเถิด