ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

10 เมษายน 2019 วันพุธ สัปดาห์ 5 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

รูปปั้นทองคำที่กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์สร้างขึ้นอาจจะเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้ประชาชนยกย่อง แต่เมื่อกลายเป็นรูปเคารพที่ประชาชนทุกคนต้องกราบไหว้สักการะ มันกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ถึงการประกาศตนเป็นผู้มีอำนาจ ลึกๆ คือการต้องการยกตนเองเป็นพระเจ้า และการที่ชายหนุ่มทั้งสามคนผู้มีความเชื่อในพระเจ้าปฏิเสธไม่อาจจะสิโรราบกราบไว้รูปเคารพทองคำ การลงโทษให้เขาต้องเข้าไปในเตาไฟก็เป็นการเบียดเบียนที่ต้องการแสดงอำนาจบาตรใหญ่ของตนเองเท่านั้น

ชายหนุ่มทั้งสามเป็นตัวแทนของผู้มีความเชื่อทั้งหลายที่ไม่ยอมให้อำนาจใดๆของโลกนี้มีอำนาจเหนือชะตาชีวิตลิขิตเส้นทางเดินของเขา และชายหนุ่มรูปงามคนที่สี่ที่ปรากฎขึ้นทำให้กษัตริย์และเราทุกคนทราบดีว่าพระเจ้าย่อมทรงปกป้องผู้มีความเชื่อเสมอ อำนาจของพระเจ้าย่อมอยู่เหนืออำนาจการทำลายล้างของความชั่วร้ายทุกชนิด

พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ทำให้เราทบทวนการกระทำและการดำเนินชีวิตของเรา ผลงานความสำเร็จของเราเป็นสิ่งที่ทำให้เราคิดว่าเหนือคนอื่น แม้กระทั่งเหนือพระเป็นเจ้าหรือไม่ เราได้ให้อะไรมามีอิทธิพลเหนือชีวิตของเราหรือเปล่า

.

.

.

.

.

.

.

.

Advertisements

ข้อคิดจากชีวิตประจำวัน

9 เมษายน 2019 วันอังคาร สัปดาห์ 5 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

เราเข้าใจความรักของพ่อแม่เมื่อวันหนึ่งเราได้กลายเป็นพ่อแม่ของลูกของเรา ครั้งหนึ่งที่เราเคยดื้อ เคยต่อต้านพ่อแม่ของเราในหลายๆ เรื่อง แต่กลับมาเข้าใจสิ่งที่พ่อแม่เรากระทำมากขึ้นเมื่อเราคิดและมองในสายตาของพ่อแม่ที่มีต่อลูก หลายๆ ครั้งเราพลาดบางสิ่งบางอย่างไปเพราะเราไม่พยายามเข้าใจในความรักที่พ่อแม่มีต่อเรา และหลายครั้งมันก็สายเกินไป

พระเจ้าเผยแสดงพระองค์โดยทางพระเยซูเจ้า แต่ชาวยิวปฏิเสธที่จะรับรู้ เมื่อพระองค์ตรัสถึงการจากไปของพระองค์ พวกเขาคิดว่า ” เขาจะฆ่าตัวตายกระมัง…” แต่พระเยซูเจ้ากำลังตรัสถึงการมอบชีวิตของพระองค์เพื่อความรอดของมนุษย์ทุกคน…

เหตุผลที่เกิดความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างชาวยิวกับพระเยซูเจ้าก็คือพวกเขามีจุดยืนที่ตรงข้ามกัน “ท่านทั้งหลายมาจากเบื้องล่าง แต่เรามาจากเบื้องบน ท่านเป็นของโลกนี้ แต่เรามิได้เป็นของโลกนี้…” พระเยซูเจ้าเสด็จมาสู่โลกนี้ไม่ใช่เพื่อความตายแต่เพื่อความรอด แต่ความรอดนี้ผ่านทางกางเขนและความตายของพระองค์ พระองค์เลือกที่จะวางใจพระบิดาและมอบชีวิตของพระองค์ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระบิดา

วันนี้พระวาจาของพระเจ้าเชิญชวนเราให้หันกลับมายืนและมีมุมมองเดียวกับพระเยซูเจ้า การยอมตายต่อตนเองและการยอมรับแบกกางเขนที่พระทรงมอบให้จะนำความรอดมาสู่เราแต่ละคน และกางเขนของพระเยซูเจ้าจะไม่เป็นเครื่องทรมานอีกต่อไปแต่เป็นเครื่องหมายของความรอดพ้นที่พระองค์ทรงนำมาให้

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

8 เมษายน 2019 วันจันทร์ สัปดาห์ 5 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

การกล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี มักเกิดขึ้นในสังคม บ่อยๆ ทำให้ชีวิตของเราได้รับผลกระทบ ยิ่งหากคำกล่าวหานั้นมาจากผู้ใหญ่ ผู้บังคับบัญชาหรือคนมีเกียรติในสังคมยิ่งยากที่จะแก้ข้อกล่าวหา เพราะน้ำหนักความน่าเชื่อถือไม่ได้อยู่ที่ความจริงแต่อยู่ที่ตำแหน่งฐานะของผู้กล่าวหาว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ และบ่อยครั้งพวกเขาเหล่านั้นอาจจะไม่ตระหนักว่าทำร้ายใครไปบ้างแล้วด้วยคำพูดอันไม่รับผิดชอบไม่เป็นผู้ใหญ่ของเขา…ใครคนนั้นอาจจะหมายถึง “ตัวเรา” ไหม?

นางซูซันนา เมื่อถูกกล่าวหาเธอเลือกที่จะสงบนิ่ง เพราะเธอรู้ว่าความจริงเกิดอะไรขึ้น และเมื่อเธอต้องอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถช่วยตัวเองให้รอดพ้นจากคำกล่าวหาที่มีต่อเธอ เธอหวังพึ่งพระเจ้า และมอบทุกสิ่งไว้ให้พระเจ้าทรงดูแลด้วยความวางใจ

ดาเนียลสะท้อนบุคคลที่เป็นเครื่องมือของพระที่กล้าหาญที่จะเข้ามาให้การช่วยเหลือ แสวงหาความจริงและนำความยุติธรรมมาให้แก่ผู้อื่น ด้วยพระปรีชาญาณ สติปัญญาที่พระมอบให้ ทำให้เขาทำหน้าที่นี้อย่างดี

วันนี้พระวาจาของพระเจ้าเชิญชวนให้เราดำเนินชีวิตอยู่ในความจริง ไม่ตกอยู่ภายใต้ความครอบงำของกิเลสตัณหาจนทำให้ผิดต่อความรักที่ควรมีต่อผู้อื่น รู้จักสงบนิ่งและวางใจในพระเจ้าอยู่เสมอ และให้เรากล้าที่จะเป็นเครื่องมือของพระในการนำความยุติธรรมความสงบสุขสู่สังคมด้วยสติปัญญาและปรีชาญาณที่พระทรงมอบให้

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

6 เมษายน 2019 วันเสาร์ สัปดาห์ 4 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน ยรม 11:18-20 ยน 7:40-52

การเป็นคนดีซื่อสัตย์ต่อการดำเนินชีวิต ต่อหน้าที่ที่รับผิดชอบ บางครั้งใช่ว่าจะราบรื่น และสถานการณ์บางอย่างก็ทำให้เรารู้ว่ากำลังเผชิญกับการคุกคาม ความอาฆาตมาดร้าย การเบียดเบียน สิ่งที่ท้าทายสำหรับชีวิตของเราก็คือ เราจะเลิกและทิ้งภารกิจหน้าที่นั้นไปเพราะเราต้องการเกียรติรุ่งโรจน์โดยไม่ต้องมีกางเขน หรือเราจะก้าวต่อทั้งที่รู้ว่าเผชิญอยู่กับอะไร

การก้าวต่อไปในความซื่อสัตย์ต่อพระประสงค์ของพระที่มอบแก่เราขณะที่รู้ว่ากำลังเผชิญกับปัญหาอุปสรรคและภยันตรายหรือการปองร้ายที่รออยู่นั้น เป็นประสบการณ์ที่ประกาศกเยเรมีห์มองว่าเป็นเหมือน “ลูกแกะว่าง่ายซึ่งถูกนำมายังที่ฆ่า “ ประกาศกเยเรมีห์เลือกที่จะน้อมรับและ กล่าวกับพระเจ้าว่า “ข้าพเจ้าได้มอบคดีของข้าพเจ้าไว้กับพระองค์”

บางทีเราก็อาจจะอยากหลีกหนีจากปัญหาอุปสรรคในชีวิต แต่เราอาจจะต้องทบทวนดูว่าการหลีกหนีนั้นคือการละทิ้งพระประสงค์ของพระหรือกางเขนที่พระมอบให้หรือไม่? หรือเราลืมไปว่าพระก็อยู่เคียงข้างเราเสมอโดยเฉพาะช่วงเวลายากลำบากนี้?

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

5 เมษายน 2019 วันศุกร์ สัปดาห์ 4 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

ทั้งๆ ที่เราพยายามตั้งใจทำความดี เป็นคนดี แต่บ่อยครั้งเราก็ยังถูกเบียดเบียน ถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกใส่ความ ความผิดพลาดเล็กๆ ของเราถูกนำไปแปรธาตุเป็นมูลเหตุเหมือนกับต้องรับโทษประหารชีวิต ขณะที่ความดีที่ตั้งใจทำมาตลอดกับเหมือนมีอะไรบังตาไม่มีใครมองเห็น…

เราอย่าลืมว่าการถูกเบียดเบียนในรูปแบบต่างๆ ก็เกิดขึ้นกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ บรรดาประกาศกและแม้แต่กับพระเยซูเจ้าเอง ” …คนนี้มิใช่หรือที่เขาพยายามจะฆ่า… “

การตอบโต้ด้วยวิธีการของคนชั่วร้ายก็ย่อมเท่ากับการตกลงไปสู่วังวนของความชั่วร้ายเช่นกัน เพราะนั่นเป็นเป้าประสงค์ของคนอธรรมอยู่แล้ว “…เราจงสาปแช่งและทรมานลองใจเขา ให้รู้ว่าเขาอ่อนโยนเพียงใด และจงทดสอบว่าเขาอดทนเพียงใด เราจงตัดสินลงโทษให้เขาตายอย่างอัปยศ ถ้าเป็นจริงอย่างที่เขาพูด พระเจ้าจะทรงคอยดูแลเขา”

พระเยซูเจ้าเลือกที่จะหลีกเลี่ยงอันตรายจากการเบียดเบียน แต่ไม่เคยที่จะละทิ้งการกระทำความดี พระองค์ประกาศเทศน์สอนอย่างเปิดเผย แต่เมื่อเวลาของพระองค์มาถึงพระองค์ก็เผชิญหน้าอย่ากล้าหาญ ดูเหมือนว่าพระองค์จะพ่ายแพ้และรับความตาย แต่ชัยชนะของพระองค์เกิดขึ้นหลังจากนั้น พระองค์ทรงได้รับการกลับคืนชีพ

.

.

.

.

.

.

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

4 เมษายน 2019 วันพฤหัส สัปดาห์ 4 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน อพย 32:7-14 / ยน 5:31-47

บางทีเราก็สร้างรูปเคารพในชีวิตของเรา เรายอมสิโรราบและให้มันเป็นเจ้าชีวิตของเรา เช่น เงินทอง เกียรติยศชื่อเสียง ร่างกายของตัวเอง เป็นต้น เรายอมที่จะอุทิศชีวิตของเราเพื่อสิ่งเหล่านี้ ไม่ต่างอะไรจากพฤติกรรมของประชากรอิสราเอลในอดีต ที่เขาหลงลืมพระเจ้าที่ได้ปลดปล่อยพวกเขา “เขาเปลี่ยนวิถีทางอย่างรวดเร็วออกจากทางที่เราได้สั่งให้เขาเดิน เขาหล่อรูปลูกโคขึ้น แล้วกราบนมัสการ ทั้งยังถวายบูชาแก่รูปนั้น…”

วันนี้พระวาจาของพระเชิญชวนให้เราทบทวนชีวิตของเราว่าเราหลงลืมพระเจ้าหรือไม่ หลงลืมไปกับอะไร ถึงเวลาที่เราต้องหันกลับมาทูลวอนขออภัยโทษจากพระเจ้า วางใจในพระเมตตาของพระองค์

.

.

.

.

.

..

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

3 เมษายน 2019 วันพุธ สัปดาห์ 4 เทศกาลมหาพรต

เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน

“หญิงคนหนึ่งจะลืมบุตรที่ยังกินนม และจะไม่สงสารบุตรที่เกิดจากครรภ์ของนางได้หรือ แม้หญิงเหล่านี้จะลืมได้ เราจะไม่มีวันลืมเจ้าเลย”

ถ้อยคำนี้นำความหวังมาสู่ชีวิตของเราแต่ละคน ให้เรายังคงซื่อสัตย์และวางใจในพระอยู่เสมอในการดำเนินชีวิต

พระเยซูเจ้าเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดาและดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระบิดาอยู่เสมอ

“เรามิได้แสวงหาที่จะทำตามใจของเรา แต่ทำตามพระประสงค์ของพระองค์ผู้ทรงส่งเรามา “

ชีวิตที่ดำเนินไปตามพระประสงค์ของพระบิดาย่อมคำนึงถึงความดีส่วนรวม ความพยายามที่จะรักษาความเป็นหนึ่งเดียวกัน รักษาความยุติธรรม ความสงบสุข เมื่อนั้นจะเป็นอาณาจักรสวรรค์ที่มีแต่ความชื่นชมยินดีและสันติสุข

.

.

.

.

.