ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

16 มีนาคม 2018 วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน ปชญ 2:1, 12-22 / ยน 7:1-2, 10, 25-30

คนมีอคติ คนไม่เชื่อในพระเจ้า(ไม่เชื่อในความดี) มักรู้สึกว่าคำพูดการกระทำของคนดี(คนชอบธรรม)เป็นการตำหนิติเตียนตนเอง และมักรู้สึกอึดอัด คับข้องใจเมื่อใกล้คนดี เขามักแปลเจตนาการกระทำของคนอื่นในแง่ร้าย เขาตัดสินคนอื่นจากการใช้เหตุผลผิดๆ ของเขา

6113241

หลายครั้งการใช้เหตุผลผิดๆ หรืออคติในชีวิตของเราก็ทำร้ายทำลายคนอื่น ทำร้ายทำลายคนดีดีในสังคม

บ่อยไหม ที่เราตัดติดคนอื่นด้วยอคติ และทำให้คนดีเสียน้ำใจ ฉันจะเปลี่ยนแปลงมันอย่างไรดี?

Advertisements

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

15 มีนาคม 2018 วันพฤหัสสัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

กล้าที่จะมีชีวิต

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน อพย 32:7-14, ยน 5:31-47

ไม่ง่ายในการดำเนินชีวิตเป็นตัวของตนเอง รู้ตัวเองและแสดงออกในการกระทำอย่างมั่นใจ ไม่หวั่นไหวไหลตัวตามกระแสเพียงเพื่อให้ใครๆ ชื่นชมยอมรับนับถือ

โมเสส เป็นคนมีจิตใจดี เขาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพระตักเตือนสอนประชากรอิสราเอลอย่างซื่อสัตย์จริงจัง หลายครั้งเขาตำหนิพวกเขาตรงไปตรงมาอย่างไม่ไว้หน้า อย่างไรก็ดีโมเสสยังทูลขอพระกรุณาจากพระเจ้าอย่าทรงลงโทษประชากรอิสราเอลอย่างกล้าหาญ

Giovanni_bellini,_trasfigurazione
พระเยซูเจ้าทรงแสดงพระวรกายรุ่งโรจน์แก่สาวก 3 คน บทภูเขา

พระเยซูเจ้า ประกาศชัดเจนว่าพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า(ความดี) การกระทำของพระองค์เป็นไปตามพระประสงค์ของพระบิดา และมั่นใจว่าสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำก็จะพิสูจน์ตัวตนของพระองค์เองว่าพระองค์เป็นใคร  พระองค์ตรัสว่า  เรามิได้แสวงหาที่จะทำตามใจของเราแต่ทำตามพระประสงค์ของพระองค์ผู้ทรงส่งเรามา” (ยน 5:30) “…งานที่พระบิดาทรงมอบหมายให้เรากระทำจนสำเร็จงานที่เรากำลังกระทำอยู่นี้เป็นพยานถึงเราว่าพระบิดาทรงส่งเรามา(ยน 5:36)เราไม่ต้องการเกียรติจากมนุษย์” (ยน 5:40)พระวาจาวันนี้เชิญชวนให้เรามองดูการดำเนินชีวิตของเราว่าเป็นอย่างไร? มีอะไรบ้างที่อยากจะปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

13 มีนาคม 2018, อังคารสัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

น้ำดี

คลิกอ่านพระวาจาประจำวัน อสค 471-9, 12, ยน 5:1-3, 5-16

at_the_pool_of_bethesda_lg1

น้ำจากพระวิหารยิ่งไหลไกลออกไปเท่าใดยิ่งมีสิ่งมีชีวิตงอกงามขึ้น ความดีที่เราทำด้วยน้ำใสใจจริง ยิ่งเราเผื่อแผ่ความดีนั้นออกไปกว้างมากเพียงใดย่อมนำชีวิตนำความชื่นชมยินดีไปสู่สังคมฉันนั้น

พระเยซูเจ้าเป็นตัวอย่างแก่เรา ดูเหมือนว่าทุกแห่งที่พระองค์เสด็จไปมีความจำเป็นมีความต้องการให้พระองค์ช่วยเหลือช่วยกอบกู้สถานการณ์เสมอ พระองค์ทรงมองผู้อื่นด้วยความเมตตาสงสาร และพร้อมจะหยิบยื่นความช่วยเหลือแก่เขา ไม่มีอะไรมาขัดขวางการกระทำความดีของพระองค์ได้ ขณะที่พวกชาวยิวกลับมีอคติแปลกิจการดีของพระองค์เป็นการละเมิดวันสับบาโต ซึ่งจิตใจคับแคบแบบนี้มีหรือจะมองเห็นความต้องการของคนอื่นได้ เพราะเขาเองยังไม่สามารถเห็นความดีในบุคคลอื่นเลยวันนี้ลองทบทวนดูว่าการกระทำของเราเป็นเสมือนน้ำดีที่จรรโลงสร้างสรรหรือกลายเป็นน้ำเน่าเสียไปแล้ว

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

12 มีนาคม 2018, วันจันทร์ สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

ภาวนาด้วยความวางใจ

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน อสย 65:17-21, ยน 4:43-54

40d5a2b1b4c0047232058122069f26e6

พระเจ้าอาจไม่ได้ตอบสนองต่อคำวอนขอของเราตามที่เราคาดหวัง เหมือนกับที่ข้าราชการร้องขอพระเยซูเจ้าให้เสด็จไปรักษาบุตรของตนที่ใกล้จะสิ้นใจ แทนที่พระองค์จะรีบเสด็จไปกับเขา พระองค์ตรัสว่า “ไปเถิด บุตรของท่านพ้นอันตรายแล้ว” สิ่งที่ข้าราชการซึ่งกำลังเป็นทุกข์ใจทำนั้นควรเป็นท่าทีของเราเช่นเดียวกันเมื่อเราภาวนา เขาเชื่อและวางใจ

ข้าราชการผู้นั้นเดินกลับบ้านด้วยคำสัญญาของพระเยซูเจ้าในหัวใจของเขา เขาได้พบว่าคำร้องขอของเขาได้รับการตอบสนองแม้ว่าไม่ใช่ในแบบที่เขาคาดคิด

มหาพรตเป็นช่วงเวลาที่เราอธิษฐานภาวนาอย่างเข้มข้น ให้เราภาวนาด้วยความวางใจ เชื่อว่าที่สุดแล้วพระองค์จะทรงตอบสนองคำภาวนาของเรา

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

11 มีนาคม 2018, อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต

  1. พระเจ้าทรงรักเรามากถึงมอบพระบุตรแต่องค์เดียวของพระองค์มาไถ่บาปเราบนกางเขน เพราะบาปทำให้มนุษย์ขาดความสัมพันธ์กับพระเจ้า ไม่มีทางไหนอีกที่จะคืนความสัมพันธ์นี้ได้นอกจากความเมตตาจากพระเจ้าเท่านั้น ความรอดโดยทางพระเยซูเจ้าจึงเป็นของประทานล้ำค่าสำหรับมนุษย์
  2. โดยทางพระเยซูเท่านั้นที่มนุษย์จะได้รับความรอด(เหมือนงูสัมฤทธิ์ที่โมเสสยกขึ้น)
  3. มนุษย์ต้องตอบสนองด้วยความเชื่อ(ปฎิบัติตามคำสอนของพระองค์) คือการดำเนินชีวิตในความสว่าง
  4. มนุษย์ต้องเลือกและการพิพากษาตัดสินก็มาจากการตัดสินใจเลือกของมนุษย์เอง

วันนี้ ให้ทบทวนว่าเราเลือกหนทางแห่งความมืดหรือความสว่าง

ข้อคิดจากพระวาจาของพระเจ้า

10 มีนาคม 2018, วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

กลับมาหาพระ

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน ฮชย 5:15 -6:6, ลก 18:9-14

Pharisee and Publican

ประกาศกโฮเชยาเรียกร้องให้เรากลับมาหาพระเจ้า “พวกเราจงกลับไปหาองค์พระผู้เป็นเจ้า…จงรีบรู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด พระองค์จะเสด็จมาอย่างแน่นอนเหมือนรุ่งอรุณ จะเสด็จมาหาเราเหมือนฝน เหมือนฝนต้นฤดูใบไม้ผลิที่รดพื้นแผ่นดิน”

อุปสรรคสำคัญของการติดต่อสัมพันธ์กับพระเจ้าคือการมองเห็นแต่ความดีของตนเอง โอ้อวดตนเองต่อหน้าพระเจ้า วางตนเหนือคนอื่น พระเจ้ากลายเป็นผู้ที่จะต้องคอยตอบแทนความดีที่ตนกระทำ

วันนี้ให้เรามีท่าทีเหมือนคนเก็บภาษีที่สำนึกถึงความต่ำต้อย ผิดบกพร่องของตนต่อหน้าพระเจ้า วางใจในพระเมตตาของพระองค์เสมอ

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

7 มีนาคม 2018, วันพุธ สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

ชนชาติที่ใกล้ชิดพระเจ้า

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน ฉธบ 4:1, 5-9, มธ 5:17-19

การถือบทบัญญัติที่พระเจ้าทรงมอบให้ผ่านทางโมเสสทำให้ประชากรอิสราเอลได้ชื่อว่าเป็นประชากรศักดิ์สิทธิ์ เป็นประชากรที่พระองค์ทรงเลือกสรร จนถือได้ว่า “ชนชาติยิ่งใหญ่นี้เท่านั้นเป็นประชากรที่มีความเข้าใจและปรีชาญาณ”  เพราะไม่มีชนชาติใดแม้ยิ่งใหญ่เพียงใดก็ตามจะมีพระเจ้าอยู่ใกล้ชิด ดังที่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเราทรงสถิตอยู่ใกล้ชิดเรา “(ฉธบ 4:5)

การถือพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าทำให้เราตระหนักหรือไม่ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ใกล้ชิดเรา?

7056536-1

พระเยซูเจ้าตอกย้ำว่าจำเป็นต้องถือบัญญัติของพระเป็นเจ้าอย่างเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของบัญญัติ รู้ถึงความหมายที่เรากระทำ “จงอย่าคิดว่าเรามาเพื่อลบล้างธรรมบัญญัติหรือคำสอนของบรรดาประกาศก เรามิได้มาเพื่อลบล้าง แต่มาเพื่อปรับปรุงให้สมบูรณ์” (มธ 5:17) 

วันนี้ เชิญชวนให้เราทบทวนการปฎิบัติตนในชีวิตของเราว่าสอดคล้องกับพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าหรือไม่? เรื่องใด?