ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

16 กันยายน 2018 สัปดาห์ที่ 24 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

“เจ้าซาตาน ถอยไปข้างหลังเรา อย่าขัดขวาง เจ้าไม่คิดอย่างพระเจ้า แต่คิดอย่างมนุษย์”

เราอาจจะคิดเหมือนเปโตรว่าตัวเขาและพวกที่ติดตามพระเยซูเจ้าจะได้ผลสำเร็จ ความก้าวหน้ายศตำแหน่งหลังจากที่พระองค์ได้เป็นกษัตริย์ เราทุ่มเทสร้างฐานะชื่อเสียงทำงานนอกบ้านเพราะคิดว่าเพื่อความดีของครอบครัว แต่พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราเป็นพ่อหรือแม่ที่สร้างความรักความอบอุ่นในบ้าน,

เราอาจคิดว่าการประกาศข่าวดีของพระต้องเป็นฉันคนเดียวที่ต้องรับผิดชอบแต่พระเจ้าอาจเรียกเราให้ร่วมมือกับคนอื่นในงานของพระศาสนจักร

เรากำลังคิดอย่างพระหรือคิดอย่างมนุษย์? เราทำตามพระหรือตามใจตัวเอง?

Advertisements

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

15 กันยายน 2018 วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ระลึกถึงแม่พระระทมทุกข์

ประสบการณ์ความทุกข์ของเราอาจจะไม่ต่างอะไรกับความทุกข์ของแม่พระ

  1. คำทำนายของผู้เฒ่าซีเมโอน ทำให้พระนางมีความทุกข์เพราะไม่รู้ว่าอนาคตที่จะต้องเป็นมารดาของพระผู้ไถ่จะเป็นอย่างไร เราคงมีประสบการณ์ความหนักใจถึงอนาคตไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับอะไร
  2. การพาพระกุมารหลบหนีไปประเทศอียิปต์ เราก็คงมีความทุกข์ยากลำบากเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์อันตรายที่ใกล้ตัว การที่ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
  3. การตามหาพระกุมารในพระวิหาร เราเป็นห่วงหนักใจในอนาคตของลูกหลาน หรือการเลือกในชีวิตของเขา
  4. แม่พระระทมทุกข์ขณะพระเยซูเจ้าแบกไม้กางเขน เมื่อบุคคลที่เรารักต้องทุกข์ยากลำบาก โดยเฉพาะลูกหลานของเราก็นำความทุกข์มาสู่ชีวิตของเรา
  5. ความตายของพระเยซูเจ้านำความทุกข์มาสู่พระมารดา ความตายของบุคคลที่รักย่อมนำความทุกข์มาสู่ชีวิตมนุษย์ทุกคน
  6. การรับพระศพของพระเยซูเจ้าเข้ามาในอ้อมแขนของพระนาง ความทุกข์เกิดจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
  7. การฝังพระศพของพระเยซูเจ้า ความทุุกข์จากการพลัดพราก

theotokos & cross

วันนี้พระศาสนจักรให้เราเห็นแบบอย่างของแม่พระในประสบการณ์ความทุกข์ที่ต้องเผชิญ แม่พระมีความทุกข์เพราะผูกพันชีวิตกับองค์พระเยซูเจ้า ความทุกข์ของพระนางเป็นหนึ่งเดียวและสอดคล้องกับความทุกข์ของพระเยซูเจ้า

พระเยซูเจ้ายอมมอบตนไว้ในพระหัต์ของพระเจ้าผู้ทรงบันดาลให้พระองค์กลับคืนชีพ พระนางมารีย์ก็ยอมมอบตนไว้ในพระประสงค์ของพระบิดาถึงแม้ว่าจะต้องทุกข์ระทมประหนึ่งกระบี่ทิ่มแทงดวงหทัยของพระนางก็ตาม

พระนางมารีย์เชื่อว่าพระเจ้าจะทรงช่วยพระนางให้พ้นจากความทุกข์และความเจ็บปวดของพระนาง ให้เราเช่นเดียวกันร่วมใจกับพระแม่มารีย์ในความเชื่อเช่นเดียวกันเมื่อเรามีความทุกข์ในชีวิตของเรา

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

14 กันยายน 2018 วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ฉลองเทิดทูนไม้กางเขน

  • “…และเมื่อเราจะถูกยกขึ้นจากแผ่นดินเราจะดึงดูดทุกคนเข้ามาหาเรา” (ยน 12:32)
  • ในไม้กางเขตของพระเยซูเจ้าคืออิสรภาพและการบังเกิดสู่ชีวิตใหม่ พระบิดาทรงมอบพระบุตรของพระองค์ด้วยพระทัยเมตตาเพื่อเราจะได้มีชีวิตอย่างแท้จริง
  • ให้เราตระหนักเสมอว่าเหนืออื่นใดสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ความชั่วและบาปของทุกคนและรวมทั้งของฉันด้วยคือความรักนิรันดร์ที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา

cross

บนกางเขนเห็นประจักษ์รักของพระ
ยอมสละพระบุตรสุดหวงแหน
พระรักเรามั่นคงไม่คลอนแคลน
พากลับแดนสรวงสวรรค์นิรันดร

บนกางเขนพระบุตรสุดทรมาน
ปลงสังขารผ่านความตายเพื่อไถ่ถอน
ประดุจแกะพลีถวายใจจามร
ถวายพรด้วยชีวิตอุทิศพลี

คือความรักของมนุษย์สุดรังสรรค์
รับโทษทัณฑ์ความตายไร้ศักดิ์ศรี
กางเขนชัยไขแสดงแสงสุรีย์
เป็นความดีถวายมอบชอบพระทัย

0 มังคุด 0

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

12 กันยายน 2018 วันพุธ สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ชีวิตแต่งงานและชีวิตโสดในมุมมองของนักบุญเปาโล

  • ทั้งสองเป็นการเรียกของพระต้องหาให้พบ สำหรับท่านนักบุญเปาโลแล้ว ไม่แปลกที่บางคนอยากแต่งงาน และเมื่อแต่งงานแล้วเขาก็มีชีวิตที่ดีสร้างครอบครัวที่อบอุ่นเป็นหนึ่งเดียวกัน บางคนไม่รู้สึกว่าอยากแต่งงาน สำหรับนักบุญเปาโลก็ไม่ถือว่าวิปริตผิดธรรมชาติ เพราะพระเจ้าทรงมีพระประสงค์สำหรับแต่ละคนแตกต่างกันออกไป คนเป็นโสดก็เป็นอิสระที่จะอุทิศตนในการรับใช้เพื่อนพี่น้องและสังคม และงานบางอย่างเช่น การเป็นศาสนบริกรสงฆ์ นักบวช ก็เรียกร้องการถือชีวิตโสด
  • ความยากลำบากในการดำเนินชีวิต สำหรับท่านนักบุญเปาโลแล้วทั้งสองสถานภาพก็มีความยากลำบากไม่ถือว่าหนักหนากว่ากัน แต่แตกต่างกันคนละแบบ คนที่แต่งงานมีคู่ชีวิตก็ถือว่าเป็นการดำเนินชีวิตตามธรรมชาติมนุษย์ เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์มนุษย์ตามแผนการสร้างของพระ แต่ถ้าเขาปล่อยตัวไปตามความต้องการตามธรรมชาติโดยไม่รักษาความซื่อสัตย์ต่อคู่ชีวิตของตน ก็จะกระทบต่อความสัมพันธ์ ทำลายศีลธรรมของสังคม และปัญหาด้านอื่นๆที่จะตามมาก็เป็นสิ่งที่เราสามารถจินตนาการได้ ผู้ที่เลือกชีวิตโสดเขาก็จำเป็นต้องรักษาความบริสุทธิ์ในชีวิตของตนไม่ปล่อยตัวตามความต้องการตามธรรมชาติของตนเช่นกัน เพราะย่อมส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและหน้าที่รับผิดชอบของตนเช่นกัน

Walking-As-You-Are-Called

  • หน้าที่คริสตชนเป็นองค์ประกอบการพิจารณาเลือกสถานภาพแต่งงานหรือเป็นโสด ประเด็นหลักที่ท่านนักบุญเปาโลเน้นย้ำสำหรับกลุ่มคริสตชนก็คือ พระคริสตเจ้ากำลังจะเสด็จมา และเวลาสำหรับแต่ละคนก็ไม่ยาวนานนัก สิ่งที่สำคัญคือการให้ความสำคัญกับการเจริญชีวิตคริสตชน(ชีวิตความเชื่อ) ให้ความสำคัญกับความรักและการรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าและตอบสนองความต้องการของชุมชนคริสตชน(สังคม)ในภารกิจหน้าที่ต่างๆ และในการเป็นประจักษ์พยานความเชื่อของพระเขาในพระเยซูเจ้าและคำสอนของพระองค์  บางครั้งการแต่งงานกับคนต่างความเชื่อก็อาจจะมีผลกระทบต่อการรักษาความเชื่อ แต่ถ้าอยากจะแต่งงานก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดอะไร เรื่องแต่งงานหรือจะอยู่อย่างโสดนั้นนักบุญเปาโลถือว่าเป็นเรื่องชีวิตบนโลกนี้ เป็นเรื่องรองลงมา ไม่ควรนำมาบดบังหน้าที่ที่เราพึงปฏิบัติในฐานะคริสตชน ดังนั้นเมื่อเข้ามาเป็นคริสตชน…
    • ผู้ที่แต่งงานแล้ว “ท่านมีพันธะกับภรรยาหรือ จงอย่าหาทางแยกพันธะนั้น”  
    • ผู้ยังไม่แต่งงาน “ท่านเป็นอิสระไม่มีภรรยาหรือ ก็อย่าหาภรรยาเลย แต่ถ้าท่านแต่งงาน ท่านก็มิได้ทำบาป” 
    • ฯลฯ
  • ส่วนร่วมในการสร้างพระอาณาจักรพระเจ้า ชีวิตโสดทำให้มีอิสระในการอุทิศตนเพื่อสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าในงานบริการรับใช้หมู่คณะได้มากกว่าชีวิตแต่งงาน แต่ผู้ที่แต่งงานก็มีส่วนในการหล่อหลอมบุตรธิดาของตนสร้างสังคมในอนาคตที่จะเป็นสังคมที่มีพระเจ้าอยู่ท่ามกลางพวกเขา(อาณาจักรสวรรค์)เช่นกัน ดังนั้น ไม่ถือว่าสถานภาพชีวิตแบบไหนเหนือกว่ากัน ศักดิ์สิทธิ์กว่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าพระเจ้าทรงเรียกแต่ละคนให้มารับชีวิตอย่างไร
  • ให้เราถามตัวเองต่อหน้าพระเจ้าด้วยความซื่อสัตย์ต่อตนเองว่าวิถีชีวิตแบบไหนที่พระองค์ทรงเรียกเราให้เป็น วิถีชีวิตแบบไหนที่พระองค์ทรงเรียกเราให้รับใช้พระองค์

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

11 กันยายน 2018 วันอังคาร สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

  • นักบุญเปาโลสอนเราว่าปัญหาความขัดแย้งซึ่งเกิดขึ้นควรจะต้องจบลงที่ความพยายามในการนำเพื่อนพี่น้องให้กลับมาสู่หมู่คณะร่วมเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งหนึ่ง นั่นหมายถึงการยึดองค์พระเยซูเจ้าและความรักของพระเป็นสำคัญ เพราะเราถูกเรียกและถูกส่งไปเพื่อนำการอภัยและการเยียวยา

featured_HD_1Corinthians-6-1-11

  • ดังนั้น ท่านแนะนำว่าอะไรที่จบในกลุ่ม ในหมู่คณะ ในครอบครัว ในชุมชนคริสตชนได้ หรือพูดคุยเจรจากันอย่างสันติได้ก็ควรทำ มากกว่าการมุ่งเอาชนะความกันโดยผลที่ตามมาคือการแตกแยก การมองหน้ากันไม่ติด หรืออยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่ ซึ่งไม่ได้สะท้อนความรักฉันพี่น้องตามคำสอนของพระเยซูเจ้าเลย
  • ฉันจัดการกับความขัดแย้งตามแนวทางความรักของพระเยซูเจ้าหรือไม่? อย่างไร?

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

10 กันยายน 2018 วันจันทร์ สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

  • ท่านนักบุญเปาโลสอนให้เราเห็นว่าความดีหรือความชั่วจะแผ่ขยายขึ้นในสังคมได้ เหมือนเชื้อแป้งแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้แป้งดิบทั้งก้อนฟูขึ้นได้ ดังนั้นหากเราปล่อยปละให้ความชั่วร้ายค่อยๆ ก่อตัวขึ้นก็จะค่อยๆ ขยายจนเป็นความเลวร้ายที่ใหญ่โตขึ้น แต่ถ้าเป็นความดีหากเราเพียรปฏิบัติก็จะส่งผลให้เรามีสังคมที่น่าอยู่

the-withered-hand

  • พระเยซูเจ้าก็ทรงเตือนสอนเราเช่นเดียวกันว่าบางครั้งจิตใจมนุษย์ก็อาจจะเอนเอียงเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว จนกลายเป็นผิดต่อความรักของคนอื่น พระองค์แนะนำให้เรารู้จักไตร่ตรองเสียก่อนด้วยสามัญสัมนึกของเราว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรดีอะไรชั่ว จะได้ปฏิบัติในสิ่งที่ดีและถูกต้องเสมอ
  • อย่าเห็นว่าเป็นความชั่วเล็กน้อยจึงปฏิบัติ อย่าเห็นว่าเป็นความดีเล็กน้อยแล้วจึงละเลยปฏิบัติ ทุกการ กระทำของเราย่อมส่งผลเสมอ ดังนั้น จะทำอะไรต้องรู้จักคิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

9 กันยายน 2018 วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

  • การรักษาชายหนวกใบ้ของพระเยซูเจ้า ค่อนข้างมีลักษณะเหมือนเป็นพิธีกรรม พระองค์แยกชายหนวกใบ้ออกจากกลุ่มชน ทรงยอนหูของเขา และทรงใช้พระเขฬะแต่ลิ้นของเขา เงยพระพักตร์ขึ้นเบื้องบนและตรัสว่า “จงเปิดเถิด” “เอฟฟาธา” แล้วชายนั้นก็กลับได้ยิน และลิ้นของเขากลับพูดได้อย่างชัดเจน
  • รูปแบบของศีลล้างบาป พระสงฆ์ผู้ประกอบพิธีจะเจิมที่ใบหูและที่ปาก “เอฟฟาธา” ทำให้ผู้รับศีลล้างบาปโดยอาศัยพระพรแห่งความเชื่อทำให้เขามีความสามารถในการเข้าใจพระวาจาของพระเจ้า และลิ้นของเขาสามารถบอกเล่าความเชื่อและคำสอนของพระเยซูเจ้าแก่ผู้อื่น
    • ในศีลล้างบาปเป็นเครื่องหมายของการรวมเข้าเป็นส่วนในพระกายทิพย์ของพระเยซูคริสตเจ้า(พระศาสนจักร) นั่นหมายถึงการมีส่วนร่วมในพันธกิจของพระศาสนจักรด้วยชีวิตทั้งครบ เติบโตขึ้นด้วยการเปิดใจรับฟังพระเยซูเจ้าทรงตรัส และมีความสามารถที่จะแบ่งปันความเชื่อกับผู้อื่น ด้วยความกระตือรือร้น ลองจินตนาการชายที่ได้รับการรักษาดูว่าเขาจะหยุดเล่าถึงสิ่งที่เขาได้รับหรือไม่?

download (1)

  • ความตระหนักในพระพรแห่งศีลล้างบาปประการนี้เป็นประเด็นที่น่าตั้งคำถามสำหรับคริสตชนทุกวันนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพชีวิตอย่างไร จะมีส่วนร่วมในพระศาสนจักรในบทบาทไหน?
    • เรายังฟังพระวาจาอย่างต่อเนื่องหรือไม่? หลายคนหยุดที่จะเรียนรู้คำสอนของพระศาสนจักรไปนานแล้วนับจากวันที่เราไปเรียนคำสอนและรับศีลศักดิ์สิทธิ์ตามที่กำหนดแล้ว เรารู้สึกว่าเราไม่ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว เรากลายเป็นคนหูหนวกไปแล้วหรือไม่?
    • ยากที่จะพูดถึงความเชื่อ? พ่อแม่ไม่สอนความเชื่อ พระสงฆ์นักบวชเห็นงานหล่อเลี้ยงความเชื่อเป็นภาระไหมหรือยังกระตือรือร้นที่จะประกาศความเชื่ออยู่
  • ผู้ประกาศข่าวดีที่อุทิศตน เหมือนชายตาบอดที่คงไม่หยุดที่จะแบ่งปันสิ่งที่เขาได้รับจากพระเยซูเจ้า ชีวิตใหม่ที่เขาได้เรียนรู้ เป็นภาพที่พวกเราทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาปพึงกระทำ…และทำรึยัง? หรือเคยทำ?
  • ศาสนาส่วนบุคคล ภาพที่เราเห็นชีวิตของพระศาสนจักรที่ไม่กระตือรือร้นและขาดชีวิตชีวาอาจจะทำให้เรานึกถึงการดำเนินชีวิตด้านศาสนาแบบส่วนบุคคล เขาพยายามรักษาชีวิตพระของตัวเอง ไปวัด แก้บาป รับศีล สวดภาวนา และไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
    • หนุ่มเศรษฐีที่มาถามพระเยซูเจ้า “ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตามกฎหมายของโมเสสทุกข้อแล้วยังยังจะต้องทำอะไรอีก” พระเยซูเจ้าตรัสว่า จงไปขายทุกสิ่งที่ท่านมี แจกจ่ายแก่คนจน และจงติดตามเรามา
  • เราปฏิบัติอย่างไรต่อคนยากจน เราปฏิบัติอย่างไรต่อคนร่ำรวย  เป็นคำถามที่สะท้อนอย่างชัดเจนของชีวิตคริสตชนของเราว่า เราฟังพระวาจาของพระเจ้าอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เราพูด/ประกาศความเชื่อของเราหรือยัง?

พระวาจาของพระเจ้าสัปดาห์นี้เชิญชวนให้เราฟื้นฟูพระพรของพระเจ้าที่เราได้รับเมื่อวันรับศีลล้างบาป พระพรที่ทำให้เราสามารถรับฟังพระวาจาของพระเจ้า เข้าใจและนำไปบอกเล่าต่อผู้อื่นต่อไปด้วยกิจการแห่งความรัก