ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

20 ตุลาคม 2018 วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

พระเยซูเจ้าทรงเตือนพวกธรรมาจารย์และฟารีสีว่า การปฏิเสธไม่ยอมรับความจริงเกี่ยวกับพระองค์และคำสอนของพระองค์เป็นบาปที่ไม่อาจให้อภัย เพราะเป็นการกล่าวร้ายต่อพระจิตเจ้า พวกเขาปิดกั้นตัวเองออกจากความจริงที่อยู่ต่อหน้าเขา พวกเขาอาจจะวิพากษ์วิจารณ์พระองค์ก็เป็นไปได้ แต่ไม่อาจปฏิเสธความจริงว่าพระองค์เป็นใคร “ทุกคนที่กล่าวร้ายต่อบุตรแห่งมนุษย์จะได้รับการอภัย แต่ผู้ที่กล่าวร้ายต่อพระจิตเจ้าจะไม่ได้รับการอภัยเลย” 

ระวังให้ดีบางครั้ง การดื้อต่อพ่อแม่ การไม่เชื่อฟังคุณครู การไม่นบนอบต่อผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจ การปฏิเสธไม่ยอมรับความจริงในตัวเอง อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิเสธหรือปิดใจต่อความจริงซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการผิดต่อพระจิตเจ้าซึ่งอาจจะไม่ได้รับการอภัยก็เป็นได้ เพราะท่าทีเหล่านี้มีแนวโน้มที่ทำให้เราถอยห่างจากความดี ความจริง นั่นคือถอยห่างจากพระเจ้านั่นเอง

“ไม่ได้รับการอภัยเลย” ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่เมตตาไม่ให้อภัยแต่เพราะเราปฏิเสธที่จะตอบรับการอภัยจากพระเจ้าต่างหาก อย่าลืมว่าการคืนดีและการอภัยที่แท้จริงต้องออกมาจากทั้งสองฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน หากฝ่ายหนึ่งขอคืนดีแต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ร่วมด้วยการคืนดีที่แท้จริงก็ไม่เกิดขึ้น

Advertisements

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

16 ตุลาคม 2018 วันอังคาร สัปดาห์ 28 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ถ้าการถือตามกฎหรือธรรมเนียมของศาสนาของเราไม่ได้ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ไม่ได้ยกจิตใจของเราให้สูงส่งขึ้น ก็เท่ากับการถือศาสนาแต่เพียงภายนอก

หลายคนปฏิบัติศาสนกิจอย่างครบถ้วนแต่ไม่เคยใช้แก่นของศาสนาขัดเกลาจิตใจตัวเอง ไม่เคยปรับใช้คำสอนของพระเยซูเจ้าในการดำเนินชีวิต แต่มุ่งหาความครบครันจากการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งเป็นเพียงเรื่องเปลือกนอก นักบุญเปาโลจึงไม่เห็นด้วย ท่านกล่าวว่า “เรื่องที่สำคัญก็คือมีความเชื่อที่แสดงออกเป็นการกระทำอาศัยความรัก”

pharisees

ให้เราทบทวนความคิด วาจา และการกระทำของเราอย่างสม่ำเสมอ ว่าออกมาจากความรักตามคำสอนของพระเยซูเจ้าหรือไม่     ความคิดวาจาและการกระทำของเราเรื่องไหนบ้างที่เปลี่ยนไปเพราะพระวาจาของพระเจ้า

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

15 ตุลาคม 2018 วันจันทร์ สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา

พระวาจาประจำวัน กาลาเทีย 4:22-24, 26-27, 31 – 5:1  ลูกา 11:29-32

ชาวเมืองนินะเวห์คุกเข่าขอโทษต่อพระเจ้าแม้แต่กษัตริย์ของพวกเขาด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องมาจากการที่พวกเขาฟังคำของประกาศกโยนาห์ เพราะเชื่อว่าพระเจ้าทรงส่งเขามา แต่กิจการอัศจรรย์มากมายที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำ ไม่ทำให้ประชาชนอิสราเอลกลับใจ เพราะใจที่ปิดของพวกเขา พวกเขาไม่สามารถเข้าไปถึงแก่นแท้ในองค์พระเยซูเจ้าเพราะอคติที่มีอยู่ในตัวพวกเขาเอง การที่พวกเขาขออัศจรรย์เพื่อพิสูจน์จากพระเยซูเจ้าอีกเป็นสิ่งที่แสดงถึงการไม่ยอมรับของพวกเขาในพระเยซูคริสตเจ้า

My-Post-16-400x400

หลายๆ ครั้งเราก็ไม่ต่างกันที่ปิดหัวใจไม่ยอมรับความจริง ไม่ยอมรับคำสอนของพระเยซูเจ้า แต่ความเชื่อเป็นเรื่องหนึ่งที่ท้าทายสำหรับเรา ถ้าทุกสิ่งได้รับการเปิดเผยอย่างครบบริบูรณ์ก็ไม่จำเป็นต้องเชื่ออีกต่อไป

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

13 ตุลาคม วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

พระเยซูเจ้าย้ำว่าแม่พระไม่ได้เป็นสุขเพราะเป็นมารดาและให้นมเลี้ยงพระองค์เหมือนกับเป็นสิ่งที่พระเจ้ากำหนดมาอย่างนั้นโดยไม่ต้องทำอะไร แต่พระองค์กลับย้ำว่าแม่พระนั้นเป็นสุขที่ได้ฟังพระวาจาของพระเจ้าและได้ปฏิบัติตามด้วยใจยินดีต่างหาก “ข้าพเจ้าคือผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาทะของท่านเถิด” เป็นการดำเนินชีวิตและแสวงหาที่จะตอบสนอบต่อแผนการของพระตลอดเวลา ไม่ใช่เป็นอะไรที่ถูกกำหนดให้ต้องทำ ซึ่งท่านนักบุญเปาโลสอนว่ากฎบัญญัติต่างๆ นั้นเป็นเหมือนครูพี่เลี้ยง เมื่อเรามีวุฒิภาวะแล้วการปฏิบัติตนหรือการดำเนินชีวิตต้องออกมาจากความเชื่อที่เรามีต่อพระเจ้า “…เราจะได้เป็นผู้ชอบธรรมโดยอาศัยความเชื่อ” 

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้สะท้อนถึงการดำเนินชีวิตของพระองค์ท่านตลอดรัชสมัย พระองค์มิได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพราะเป็นหน้าที่หรือเป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่เพราะธรรมมาภิบาลที่พระองค์ตระหนักจึงได้รับใช้ประชาชนของพระองค์ด้วยความรักตลอดจนวาระแห่งการเสด็จสวรรคต ขอพระองค์ท่านเป็นแรงจูงใจสำหรับเราในการดำเนินชีวิตปฏิบัติตนในความดีและความรักมิใช่เพราะเป็นหน้าที่เป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่เพราะเป็นสิ่งที่เราเชื่อ เป็นความดีที่เรายึดมั่นตลอดไป

tnews_1505553716_1641

วันนี้ให้เรามีข้อตั้งใจที่จะรับฟังพระวาจาของพระเจ้าและปฏิบัติตามด้วยใจยินดี

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

12 ตุลาคม 2018 วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

บางทีเราคิดว่าเมื่อใดที่ความดีกระทำสำเร็จแล้วผู้คนก็น่าจะมีความสุขยินดีชื่นชมและเฉลิมฉลอง แต่ที่เรากลับพบเห็นก็คือทุกครั้งที่ความดีเกิดขึ้นจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ มีข้อผิดพลาดให้ได้กล่าวถึง หรือไม่ก็เลือกที่จะไม่พูดถึงความดีนั้น พระเยซูเจ้าเองก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์เหมือนกันเมื่อพระองค์ทรงขับไล่ปีศาจออกจากประชาชน “เขาขับไล่ปีศาจด้วยอำนาจของเบเอลเซบูล เจ้าแห่งปีศาจนั่นเอง” 

หนึ่งในปีศาจที่ขับไล่ออกได้ยากมากที่สุดก็คือ ปีศาจจอมวิพากษ์วิจารณ์ติฉินนินทาว่าร้ายไม่เห็นความดีของใครๆ นี่แหล่ะ

jesus-demon

พระเยซูเจ้าทำให้เราเห็นแล้วว่าพระองค์มีอำนาจเหนือปีศาจทั้งมวล พระองค์ยังเตือนเราว่าปีศาจจ้องจะครอบงำชีวิตและทำลายชีวิตของเรา ให้เราหันมาพึ่งและเชิญให้พระองค์เสด็จเข้ามาในชีวิตของเราเพื่อขับไล่ปีศาจทั้งหมดออกไปเถิด

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

11 ตุลาคม 2018 วันพฤหัส สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

เหมือนกับพ่อแม่ที่รู้ว่าสมควรจะให้อะไรแก่ลูกของตน พระเจ้าจะประทานสิ่งที่จำเป็นและมีประโยชน์สำหรับชีวิตของเรา และอาจจะไม่ตอบสนองต่อคำวอนขอของเราทุกประการ เพราะบางครั้งเราขอในสิ่งที่ไม่สมควรจะได้รับ

พระเยซูเจ้ายกตัวอย่างเพื่อนที่ให้สิ่งที่เพื่อนร้องขอเพราะถูกรบเร้า ในคำภาวนาของเราเช่นกันพระองค์สอนให้เราเพียรทนในคำวอนขอและเชื่อว่าพระเจ้าจะประทานให้ไม่ใช่ในสิ่งที่เราต้องการทุกอย่างแต่ในสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตของเรา

mafa024-large1

“จงขอเถิดและท่านจะได้รับ จงแสวงหาเถิดแล้วท่านจะพบ จงเคาะประตูเถิด แล้วเขาจะเปิดประตูให้ท่าน…”

เราวอนขอพระเยซูเจ้าช่วยนำเราให้รู้ถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เราต้องการกับสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตของเรา

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

9 ตุลาคม 2018 วันอังคาร สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

สิ่งที่มักนำควาขุ่นข้องใจไร้ความสุขในชีวิตเราก็คือการที่เราไม่มองดูสิ่งที่เราทำ และเริ่มอิจฉามองดูสนามหญ้าหน้าบ้านคนอื่นว่ามันเขียวกว่าของเรา เรามัวแต่หันไปมองคนอื่นและคิดมโนไปถึงชีวิตการงานและครอบครัวของเขาช่างมีความสุขเช่นไร เราปล่อยให้ความขุ่นข้องใจกัดกินชีวิตและเข้ามาครอบงำชี้นำชีวิตของเรา ดูเหมือนว่าสิ่งที่เราทำมันไม่สำคัญ น่าเบื่อ ทำไปก็ไร้ค่า ไม่เป็นที่จดจำไม่มีใครจะชื่นชม ฯลฯ เราไม่พอใจและไม่มีความสุขในสิ่งที่เราทำ

ในพระวรสารวันนี้มาร์ธาบนว่าน้องสาวของเธออาจจะเป็นเพราะเธอไม่เป็นที่สนใจไร้คนรับรู้ในสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ เธอไม่มีสมาธิในสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่

พระเยซูเจ้าไม่ได้กล่าวว่าการนั่งอยู่ใกล้ๆพระองค์และฟังสิ่งที่พระองค์ตรัสนั้นสำคัญกว่าการทำอาหารและทำความสะอาด

jesus-mary-martha-396319-print-do-not-copy-notice

พระเยซูเจ้าทรงสอนเราว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้น เราควรจะให้ความใส่ใจและรับรู้ถึงพระพรต่างๆในการงานนั้นที่เราได้รับจากพระเจ้าและรู้จักขอบคุณพระองค์

นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญและยังเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตของเรา เพราะว่านั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่จะนำความพึงพอใจและความสุขมาสู่ชีวิตของเรา