Featured

พิธีรื้อฟื้นศีลศักดิ์สิทธิ์อย่างสง่า

21 มกราคม 2018

นักเรียนระดับชั้นม.3 โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ จำนวน 18 คน ได้ทำการรื้อฟื้นคำสัญญาแห่งศีลล้างบาปอย่างสง่า โดยพ่อสมหมาย มธุรสสุวรรณ เป็นประธาน ในพิธีบูชาขอบพระคุณ

ขอบคุณภาพจาก Suwannee Kuratana

Advertisements

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

20 มิถุนายน 2018 วันพุธ สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน      คลิกฟัง พระวาจาประจำวัน

พระเยซูเจ้าสอนย้อนแย้งกันรึป่าว? ก่อนหน้านี้พระองค์สอนให้เราสม่ำเสมอในการทำความดีให้ความเชื่อของเราเป็นที่ประจักษ์เหมือนเกลือดองแผ่นดิน เหมือนแสงสว่างส่องโลก อย่าทำให้เกลือ(ความดี)จืด อย่าเอาถังครอบแสงไว้ คือให้คนได้เห็นความดีของเรา แต่วันนี้พระองค์กลับบอกว่า อย่าปฏิบัติศาสนกิจให้ใครเห็น ให้ทานอย่าให้ใครรู้ อดอาหารก็อย่าให้ใครรู้  “…แต่ให้พระบิดาของท่านผู้สถิตทั่วทุกแห่งทรงทราบ และพระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่ง ก็จะประทานบำเหน็จให้ท่าน”

1102016092_univ_lsr_xl

ประการแรกพระเยซูเจ้าไม่ได้สอนให้เราเลิกล้มการกระทำความดี เลิกปฏิบัติศาสนกิจด้วยใจศรัทธา เลิกสวดภาวนา เรายังคงต้องสม่ำเสมอและซื่อสัตย์ในการทำความดีต่อไป ประการที่สองก็คือพระองค์กำลังเตือนเราให้คำนึงถึงเป้าหมายที่เรากระทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ต่างหาก เราทำเพื่อให้ผู้คนหันกลับมาชื่นชม ยอมรับเราสรรเสริญเราแสดงตนให้คนเห็นว่าเป็นคนดีคนศรัทธาที่สำคัญดีกว่าเพื่อนพี่น้องของเรา หรือว่าเราทำเพื่อประกาศความเชื่อของเรา ยืนยันคำสอนของพระ ประกาศความรักและพระสิริรุ่งโรจน์ของพระ ซึ่งเมื่อเราปฏิบัติกิจการดีต่างๆ เหล่านี้เราแต่ละคนย่อมรู้อยู่แก่ใจ และแน่นอนพระก็ย่อมล่วงรู้ทุกสิ่งในใจของเรา….พระองค์กำลังนำให้เราหันกลับมาสู่จุดยืนที่ถูกต้อง

อย่าลืมว่าแม้ในความดีในกิจการดี ปีศาจก็อาจใช้เพื่อประจญเราให้ตกเป็นเหยื่อของมันได้หากเราไม่ระวัง

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

19 มิถุนายน 2018 วันอังคาร สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน     คลิกฟัง พระวาจาประจำวัน

พระเจ้าทรงพร้อมที่จะให้อภัยแก่ผู้สำนึกในความผิดที่ตนกระทำ พระองค์ประทานพระพรและโอกาสเพื่อจะได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขความผิดพลาดเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเราจึงยอมรับและใช้โอกาสนั้นหรือไม่ และพระเจ้าไม่เคยบังคับใครให้ไปสวรรค์ ดังตัวอย่างที่เราได้เห็นในพระวาจาประจำวันนี้ กษัตริย์อาหับเป็นทุกข์เสียใจความผิดของตน พระเจ้าจึงตรัสว่า “ท่านสังเกตเห็นไหมว่าอาคับถ่อมตนลงต่อหน้าเราอย่างไร เพราะเขาได้ถ่อมตนลงต่อหน้าเรา เราจะไม่นำหายนะมาในช่วงชีวิตของเขา แต่จะนำหายนะมาสู่ราชวงศ์ในช่วงชีวิตบุตรของเขา” ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงสะท้อนให้เราเห็นว่าพระเจ้าทรงพระทัยดี “พระองค์โปรดให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นเหนือคนดีและคนชั่ว โปรดให้ฝนตกเหนือคนชอบธรรมและคนอธรรม”

love-your-enemies-630x315

คนดีต่อหน้าพระเจ้าคือคนที่มีคุณลักษณ์เหมือนกับพระเจ้า คุณลักษณ์ที่เราเห็นพบจากพระวาจาในวันนี้คือ ความรัก ความใจดีใจกว้าง การให้โอกาสผู้ผิดพลาด และพระเยซูเจ้าสอนเราในวันนี้ว่า “ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน ทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด”

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

18 มิถุนายน 2018 วันจันทร์ สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน            คลิกฟัง พระวาจาประจำวัน

กฎ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” เป็นกฎหมายที่ในโบราณใช้เพื่อรักษาความสงบสุขในสังคม ไม่ให้ใช้ความรุนแรงในการแก้แค้นจนเลยเถิดเป็นวงจรกันไม่สิ้นสุดเท่านั้น

ความชั่วร้ายมักเกิดขึ้นเพราะการปล่อยให้จิตชั่วร้ายเข้ามาครอบงำและชี้นำชีวิต ดังตัวอย่างกษัตริย์อาหับที่อยากจะได้สวนองุ่นของนาโบท

นาโบท เป็นตัวแทนของผู้ถูกกระทำซึ่งเราอาจจะพบได้ในสังคมหรืออาจจะหมายถึงตัวเราเองซึ่งกำลังไม่ได้รับความยุติธรรม ถูกเบียดเบียน

ya1Wh-Yb_400x400

พระเยซูเจ้าไม่ได้สอนให้เราเล่นบทเป็นผู้พิพากษาตัดสินลงโทษ แม้กฎหมายที่ก้าวหน้าที่สุดก็อาจจะไม่ได้นำมาซึ่งความยุติธรรมที่แท้จริง แต่พระเยซูเจ้าสอนให้เรามีท่าทีต่อกันด้วยความรักเมตตา แม้ในกรณีผู้ที่อยุติธรรมต่อเราผู้ที่เบียดเบียนเรา “อย่าโต้ตอบคนชั่ว ผู้ใดตบแก้มขวาของท่าน จงหันแก้มซ้ายให้เขาด้วย ผู้ใดอยากฟ้องท่านที่ศาลเพื่อจะได้เสื้อยาวของท่าน ก็จงแถมเสื้อคลุมให้เขาด้วย ผู้ใดจะเกณฑ์ให้ท่านเดินไปกับเขาหนึ่งหลัก จงไปกับเขาสองหลักเถิด ผู้ใดขออะไรจากท่าน ก็จงให้ อย่าหันหลังให้ผู้ที่มาขอยืมสิ่งใดจากท่าน”

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

17 มิถุนายน 2018 วันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

เราจะปลูกฝังคุณธรรมความดีได้อย่างไร หรือคุณค่าและค่านิยมแห่งพระอาณาจักรของพระเจ้าเติบโตขึ้นได้อย่างไร พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ให้ข้อคิดแก่เรา

faithful-ones

  1. เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ “พระอาณาจักรเปรียบเหมือนเมล็ดมัสตาร์ดซึ่งเมื่อหว่านในดิน ก็เป็นเมล็ดเล็กกว่าเมล็ดทั้งปวงทั่วแผ่นดิน แต่ครั้นได้หว่านแล้วก็งอกขึ้นและกลายเป็นต้นไม้ใหญ่กว่าพืชผักทุกชนิด มีกิ่งก้านใหญ่โตจนบรรดานกในอากาศมาพักอาศัยร่มเงาได้” ความคาดหวังให้ลูกหลานหรือเด็กๆ เป็นคนดีมีคุณธรรมเป็นหลักประกันของสังคมที่สงบสุขเริ่มต้นจากการค่อยๆ ขัดเกลา กล่อมเกลา ด้วยคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ที่ค่อยๆ ปลูกฝังในใจของเขา… คุณธรรมในตัวเราเช่นกัน เริ่มต้นจากการค่อยๆ ปฏิบัติตนสม่ำเสมอและซื่อสัตย์ในหนทางที่ถูกต้อง
  2. เริ่มในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม “…เราจะหักแขนงอ่อนจากกิ่งที่อยู่บนยอด มาปลูกไว้บนยอดภูเขาสูงเด่น เราจะปลูกแขนงนี้ไว้บนภูเขาสูงของอิสราเอล แขนงนี้จะแตกกิ่งก้านและบังเกิดผล…” การใส่ใจในสภาพแวดล้อมที่เด็กๆ จะสามารถเติบโตในด้านคุณธรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาเติบโตเป็นคนดีในสังคม จึงเป็นข้อพิจารณาว่าทุกวันนี้เราให้ลูกหลานของเราเติบโตขึ้นในสภาพเช่นไร? อะไรบ้างที่ช่วยอะไรบ้างที่ไม่ช่วยให้ก้าวหน้าในความดี? …
  3. ความรับผิดชอบต่อการดำเนินชีวิตเป็นเรื่องที่แต่ละคนจะต้องให้การต่อหน้าพระ นักบุญเปาโลสอนให้ “เราก็มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้เป็นที่พอพระทัย เพราะเราทุกคนจะต้องปรากฏเฉพาะพระบัลลังก์ของพระคริสตเจ้า เพื่อแต่ละคนจะได้รับสิ่งตอบแทนสมกับที่ได้ทำเมื่อยังมีชีวิตอยู่ในร่างกาย ขึ้นอยู่กับการกระทำนั้นว่าจะดีหรือชั่ว” การสอนให้เด็กเห็นผลของการกระทำของพวกเขาเอง การให้พวกเขารู้จักรับผิดชอบต่อการกระทำของเขาไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่ดีหรือชั่วเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะช่วยให้มโนธรรมหรือความสามารถในการแยกแยะถูกผิดดีชั่วมีความเที่ยงตรง…

180617_the-sower-300x200

เมล็ดพันธ์ุแห่งพระอาณาจักรพระเจ้าย่อมฝังในจิตใจและค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับผู้รับฟังข่าวดีนี้ว่าเขาพร้อมจะน้อมรับและปฏิบัติตามข้อแนะนำจากพระวาจามากน้อยแค่ไหน… 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

15 มิถุนายน 2018 วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

บางทีเรารู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนต้องต่อสู้เพื่อความดีความถูกต้องอยู่ตามลำพังไม่ต่างอะไรกับชะตากรรมที่ท่านประกาศกเอลียาห์กำลังเผชิญอยู่ บางครั้งถูกคุกคามเหมือนถูกไล่ล่าหมายชีวิต “ข้าพเจ้ามีความกระตือรือร้นอย่างยิ่งต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าจอมจักรวาล เพราะชาวอิสราเอลได้ละเมิดพันธสัญญาที่ทำไว้กับพระองค์ ได้รื้อพระแท่นบูชาของพระองค์และฆ่าประกาศกของพระองค์ มีแต่ข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่ แล้วเขายังพยายามจะฆ่าข้าพเจ้าด้วย” พระเจ้าจะทรงกระทำกับคนเช่นเอลียาห์อย่างไรหรือ?

Eljiah-and-the-Angel

พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า ในยามที่เอลียาห์หนีเอาชีวิตรอดจากการไล่ล่าไปอยู่ในถ้ำ เผชิญกับความตายเพราะขาดน้ำและอาหาร พระเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์นำขนมปังและน้ำมาให้ท่าน และเป็นโอกาสนั้นที่ท่านได้พบกับพระเจ้าเป็นการส่วนตัว ท่านได้รับการเสริมกำลังและพร้อมจะกลับไปทำหน้าที่ของท่านแม้สถานการณ์ภายนอกไม่ได้คลี่คลายให้เบาใจได้ ในตอนท้ายพระคัมภีร์ยังเล่าว่าท่านไม่ได้จบชีวิตที่ความตาย แต่พระเจ้าได้ส่งรถเพลิงมารับท่านขึ้นสวรรค์

อย่าท้อแท้ท้อถอยในการทำความดี พระเจ้าจะทรงพิทักษ์รักษาท่านและประทานความช่วยเหลือแก่ท่านเช่นกัน

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

14 มิถุนายน 2018 วันพฤหัส สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

บรรดาฟารีสีและธรรมาจารย์มีโอกาสได้อ่านพระคัมภีร์ ศึกษาข้อกฎหมายของโมเสส พวกเขามีหน้าที่ในการสั่งสอนประชาชนให้อยู่ในหนทางของพระ สอนให้ประชาชนปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง แต่พวกเขาเองกลับดำเนินชีวิตสวนทางกับสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้ พวกเขาใช้สิ่งต่างๆ เหล่านี้เพียงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น…

พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราบอกท่านทั้งหลายว่า ถ้าความชอบธรรมของท่านไม่ดีไปกว่าความชอบธรรมของบรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีแล้ว ท่านจะเข้าอาณาจักรสวรรค์ไม่ได้เลย” ไม่เพียงพอที่จะเรียนรู้และจดจำพระธรรมคำสอนของพระเจ้า คำสั่งสอนของบิดามารดา ครูอาจารย์ ที่สำคัญคือต้องนำไปปฏิบัติในชีวิตของเราด้วย

6033a4fe505eb8c03d442270591efe2e

ในบทอ่านแรกที่เราฟังในวันนี้ เมื่อแผ่นดินแห้งแล้งขาดน้ำก็นำมาซึ่งความกันดารพืชพันธุ์ก็ไม่ผลิดอกออกผล เช่นเดียวกันในสังคมต้องการคนดี คนมีน้ำใจที่ก่อให้เกิดชีวิตชีวา ความชุ่มชื่นในจิตใจ

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

13 มิถุนายน 2018 วันพุธ สัปดาห์ที่ 10 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

ระลึกถึงนักบุญอันตน แห่งปาดัว พระสงฆ์และปราชญ์ของพระศาสนจักร

ความเชื่องมงาย ไสยศาสตร์ เป็นสิ่งคู่กับสังคมไทยมานาน บ่อยครั้งในการรับรู้ของเราก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตคนไทยก้าวไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า ไม่เป็นอิสระอย่างแท้จริง พระวาจาวันนี้เชิญชวนให้เราถามตนเองว่าอะไรเป็นสิ่งเที่ยงแท้ เป็นคุณค่าที่เราควรติดตาม

เอลียาห์สอนและชี้ให้ชาวอิสราเอลเห็นว่าจำเป็นจะต้องเลือกที่จะดำเนินชีวิตอย่างตรงไปตรงมา ไม่โอนเอนไปตามสิ่งที่เอื้อประโยชน์ต่อตนเอง แม้ในกรณีของความเชื่อในเรื่องพระเจ้าและการถวายบูชา “ท่านทั้งหลายจะเหยียบเรือสองแคมอยู่อีกนานเท่าใด ถ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระเจ้า ก็จงติดตามพระองค์เถิด แต่ถ้าพระบาอัลเป็นพระเจ้า ก็จงตามพระบาอัลไป” ท่านพิสูจน์ให้เห็นว่า พระบาอัลเป็นพระเท็จเทียมและไม่มีคุณค่าที่จะไปกราบไหว้

eikon_1134_พระเยซูเจ้าเองยังย้ำว่าแม้ความดีที่ปฏิบัติซ้ำๆ โดยไม่ใส่ใจก็ไร้ความหมาย “จงอย่าคิดว่าเรามาเพื่อลบล้างธรรมบัญญัติหรือคำสอนของบรรดาประกาศก เรามิได้มาเพื่อลบล้าง แต่มาเพื่อปรับปรุงให้สมบูรณ์…” 

เรามีพระบาอัลที่กำลังกราบไหว้อยู่หรือเปล่า? สิ่งที่เราคิดพูดและกระทำในแต่ละวันมีผลหรือมีความหมายอย่างไร?