ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

23 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ 6 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

สิ่งสำคัญในยามที่รู้สึกท้อแท้ ท้อถอยในการทำความดีคือเราต้องยังคงรักษาความเชื่อในองค์พระเจ้าอยู่เสมอ

maxresdefault

ความเชื่อทำให้อาเบลถวายสิ่งที่ดีที่สุดจากสิ่งที่เขาทำได้แด่พระเจ้า เพราะเขาเชื่อว่าพระเจ้าประทับอยู่ พระองค์เป็นบุคคลที่เขาควรจะมอบสิ่งดีที่สุดในชีวิตของเขาแด่พระองค์ เครื่องบูชาของเขาจึงเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ถ้าเราเชื่อเช่นเดียวกับอาเบล เราคงไม่ละทิ้งกิจการดีต่างๆ ที่เราทำ เพราะเราทำเพื่อถวายแด่พระเจ้า และพระเจ้าจะพอพระทัยเรา

ความเชื่อทำให้โนอาห์วางใจในพระเจ้า แม้ว่าไม่เห็นเครื่องหมายใดใดที่จะเกิดขึ้นตามที่พระเจ้าตรัส โนอาห์เลือกที่จะวางใจในแผนการของพระ เขาขึ้นไปบนภูเขาสร้างเรือลำใหญ่และพาบรรดาสรรพสัตว์รวมทั้งครอบครัวของเขาไปบนเรือนั้น ทำให้รอดพ้นจากน้ำวินาศ…เพราะความวางใจในพระเจ้าจะทำให้เรายังคงทำความดีต่อไปแม้ดูจะเป็นสิ่งเล็กน้อยและแทบมองไม่เห็นว่าจะเกิดผลอย่างไรจากความดีนั้น

ความเชื่อทำให้เอโนคเดินไปกับพระเจ้า และพระเจ้าทรงรับเขาไปอยู่กับพระองค์โดยไม่ประสบความตาย เดินไปกับพระเจ้านั่นคือการทำกิจการดีถวายแด่พระเหมือนอาเบล วางใจในแผนการของพระเจ้าอยู่เสมอเหมือนกับโนอาห์

 “พี่น้อง ความเชื่อคือความมั่นใจในสิ่งที่เราหวังไว้…”

 

คลิกอ่าน ข้อคิดจากชีวิตของผู้ศักดิ์สิทธิ์ นักบุญโปลีการ์ป

 

 

 

 

 

 

 

 

Advertisements

ข้อคิดจากชีวิตของผู้ศักดิ์สิทธิ์

23 กุมภาพันธ์

นักบุญโปลีการ์ป พระสังฆราชและมรณสักขี

คลิกอ่าน ประวัติชีวิตของนักบุญโปลีการ์ป

การเบียดเบียนบนโลกนี้เป็นสิ่งชั่วคราว การสู้ทนต่อการเบียดเบียนบนโลกนี้ด้วยความอดทนเป็นการกระทำที่พอพระทัยพระเจ้า พระองค์จะประทานรางวัลอันยิ่งใหญ่แก่เราในสวรรค์ ในขณะที่นักบุญโปลีการ์ปกำลังถูกไฟเผาจนเป็นเถ้าถ่านและเป็นมรณสักขีในที่สุดนั้น ท่านกล่าวว่า

ข้าพเจ้าได้รับใช้พระคริสตเจ้ามาเป็นเวลาหลายปีและพระองค์ไม่เคยทำให้ข้าพเจ้าต้องเสียใจ แล้วข้าพเจ้าจะกล่าวผรุสวาทกษัตริย์และพระผู้ไถ่ของข้าพเจ้าได้อย่างไร? ท่านขู่ว่าจะเผาข้าพเจ้าด้วยไฟที่ลุกร้อนอยู่แค่ไม่นาน หลังจากนั้นก็จะดับลง แต่ท่านกลับไม่สนใจไฟที่จะแผดเผาลงโทษคนชั่วช้าที่ไม่มีวันดับ”

2_23_Saint-Polycarp 1 best

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

22 กุมภาพันธ์ 2019 ฉลองธรรมาสถ์นักบุญเปโตร อัครสาวก

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

เปโตร เป็นผู้ที่ถูกแต่งตั้งโดยพระเยซูเจ้าให้เป็นผู้นำชุมชนใหม่ที่พระเยซูเจ้าทรงตั้งขึ้นคือพระศาสนจักร ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเองเคยขัดขวางภารกิจของพระเยซูเจ้า และปรากฎชัดว่าเขาก็เป็นหนึ่งในผู้ที่อ่อนแอมากที่สุดในบรรดาอัครสาวก แม้กระนั้นพระองค์ยังมอบให้เขากระทำภารกิจของพระองค์ต่อไป…

“…เราจะมอบกุญแจอาณาจักรสวรรค์ให้ ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย”

jesus-peter-keys (1)

หลังจากการกลับคืนชีพและเสด็จสูสววรค์ของพระเยซูเจ้าแล้ว จึงเป็นพระศาสนจักรที่รวมไว้ภายใต้การนำของเปโตรและผู้สืบทอดจากเปโตรที่จะสานต่องานและภารกิจของพระเยซูเจ้าต่อไป หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นเสียงของพระเยซูเจ้าท่ามกลางโลกปัจจุบัน….

การฉลองในวันนี้ทำให้เราตระหนักว่า…งานและภารกิจของพระเยซูเจ้าของพระศาสนจักรไม่อาจจะก้าวหน้าเติบโตไปได้หากสมาชิกทุกคนในพระศาสนจักรไม่สามารถก้าวข้ามความอ่อนของผู้นำพระศาสนจักร และในทางกลับกันผู้นำของพระศาสนจักรต้องไม่ลืมว่าอำนาจที่มีนั้นมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนเพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวด้วยกิจการความรักและรับใช้ ไม่ใช่เพื่อสนองความใฝ่ฝันของตนโดยขาดความเชื่อมโยงกับเจตนารมณ์ของพระเยซูเจ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

21 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ 6 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน       คลิกฟัง พระวาจาประจำวัน

การจะให้ทุกคนเข้าใจในตัวตนของเราเป็นเรื่องไม่ง่าย….

ในวันนี้เรามาถึงเป้าหมายการนำเสนอองค์พระเยซูเจ้าของนักบุญมาระโกในพระวรสารที่ท่านเขียน มาระโกทำให้เราเห็นว่าบรรดาศิษย์ติดตามค่อยๆ มีความเข้าใจตัวตนของพระเยซูเจ้าเป็นใคร ด้วยความช่วยเหลือจากพระองค์ พระองค์ทรงแนะนำให้รู้จักเปิดใจ พระองค์ทรงสอนให้รู้จักมองเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่เข้าใจพระองค์ทรงอธิบายเพิ่มเติมแก่พวกเขา (เหมือนกับที่พระองค์ทรงทำให้ชายตาบอดกลับมองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง) จนเมื่อในที่สุดพระองค์ถามว่า ท่านล่ะว่าเราเป็นใคร?” เปโตรทูลตอบว่า พระองค์คือพระคริสตเจ้า

wpid-2008_06_29_peter

แม้เป็นคำตอบที่ถูกต้อง แต่ความเข้าใจของพวกเขาในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดหรือพระเมสสิยาห์นั้นก็ไม่ตรงกับชีวิตและภารกิจของพระองค์  เมื่อพระองค์ทรงเปิดเผยชะตากรรมของพระองค์แก่พวกเขา เปโตรจึงรับไม่ได้ เมื่อไม่เข้าใจบางครั่้งการกระทำบางอย่างของพวกเขาที่เป็นศิษย์ก็อาจจะกลายเป็นการขัดขวางภารกิจของพระองค์ พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเปโตรและตรัสกับเราด้วยเช่นกัน เจ้าซาตาน ถอยไปข้างหลังเรา อย่าขัดขวาง เจ้าไม่คิดอย่างพระเจ้า แต่คิดอย่างมนุษย์”…

แม้ชีวิตของเราอาจจะไม่เป็นที่เข้าใจของใครต่อใครหลายคน เราต้องไม่ลืมว่าพระเยซูเจ้าทรงเผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้เช่นกัน พระองค์ไม่ทรงถอยหนี พระองค์ไม่ทรงร้องเอะอะโวยวายเรียกร้องให้ใครเข้าใจ  แต่พระองค์ยังคงมุ่งมั่นและพยายามปฏิบัติภารกิจตามพระประสงค์ของพระบิดาจนสำเร็จ…ขอพระองค์เป็นแรงบันดาลใจที่จะปฏิบัติเช่นเดียวกัน

จะให้ใครรู้จัก

ทุกใครรักและเข้าใจ

ตัวตนและเนื้อใน

ก็ยากยิ่งอธิบาย

เยซูที่รู้จัก

แม้ศิษย์รักยังละอาย

ถูกมองมุมหลากหลาย

แต่ดูคล้ายห่างไกลจริง

ชีวิตและภารกิจ

ทำให้ศิษย์กระจ่างยิ่ง

พระองค์คือทุกสิ่ง

พระแท้จริงท่ามกลางเรา

ให้สิ่งที่กระทำ

ช่วยตอกย้ำแทนบอกเล่า

สานก่อความดีเอา

นี่แหล่ะเรา…ที่แท้จริง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

20 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ 6 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

พระเยซูเจ้าทรงนำคนตาบอดออกจากฝูงชน ในความสงบพระองค์ค่อยๆ รักษาเขาช่วยให้เขามองเห็นเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง พระองค์ทรงบอกให้เขากลับบ้านโดยไม่ต้องผ่านหมู่บ้าน

healing_the_blind_mark_8_22ff

บางครั้งเพื่อมองอะไรให้ชัดเจน เพื่อเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อสายตาของดวงใจจะได้มองความจริงอย่างชัดเจน ตามที่เป็นจริง อาจจะต้องมีช่วงเวลาสงบ รู้จักปลีกตัวเองออกจากบรรยากาศของความวุ่นวาย และไม่เข้าไปสู่วงสนทนาที่อาจจะทำให้ความจริงคลาดเคลื่อน หมู่บ้านอาจจะเป็นที่ใดที่หนึ่งที่เรารับอิทธิพลทางความคิดที่ทำให้เราหลงทางมองความจริิงไม่ออกหรือกลายเป็นคนตาบอดฝ่ายจิตใจอีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้ พระเยซูเจ้าทรงเสนอให้เรารู้จักหลีกเลี่ยงบ้าง

ท่านมีเวลาเพื่อสนทนากับพระเจ้าในคำภาวนาในบรรยากาศของความสงบบ้างไหม? เราควรหาเวลาเพื่อสงบจิตใจและพิจารณาทบทวนการดำเนินชีวิตคิดถึงคำสอนของพระบ้าง อาจจะเป็นการช่วยให้การเดินทางในชีวิตไม่หลงทิศหลงทาง

 

 

 

 

 

 

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

19 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ 6 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

เมื่อคลิฟ ริชาร์ด นักร้องเพลงยอดนิยมถูกขอร้องให้แบ่งปันเรื่องราวในชีวิตที่สัมผัสใจเขาสักเรื่องหนึ่ง เขาจำได้ว่าครั้งหนึ่งได้เคยไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยในบังคลาเทศ เขากล่าวกับตัวเองว่า…

R-1709888-1409733381-7357.jpeg

….“ฉันคงต้องล้างมือของฉันเป็นสิบๆครั้งแน่ๆเลย ฉันไม่อยากแตะต้องอะไรเลย คงจะแตะต้องพวกเขาให้น้อยที่สุด แทบจะทุกคนในค่ายผู้ลี้ภัยนี้เต็มไปด้วยแผลเน่าเปื่อยและแผลตกสะเก็ดรวมทั้งเด็กๆ ด้วย  ฉันก้มลงไปใกล้ๆ เด็กเล็กๆ คนหนึ่งเพื่อให้ช่างภาพได้ถ่ายรูป พยายามอย่างมากที่จะไม่เข้าไปใกล้เกินไป บังเอิญใครสักคนไปโดนมือของเด็กคนนั้น ซึ่งทำให้เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด และด้วยเสียงอันดัง…. เป็นในขณะนั้นเองโดยปฏิิกิริยาตอบสนองผมกอดเขาทันที ลืมความสกปรกและแผลเน่าเปื่อยอันน่ารังเกียจบนตัวเขา  ฉันจำได้ว่าเด็กนั้นแนบตัวของเขาในอ้อมกอดของฉัน และเสียงร้องของเขาก็ค่อยสงบลง…เป็นในขณะนั้นเองที่ฉันตระหนักว่าฉันต้องเรียนรู้ที่จะปฏิบัติความรักแบบคริสตชนอีกมากทีเดียว แต่อย่างน้อยฉันได้เริ่มแล้วในวันนี้นี่เอง ภาพของฉันที่ยืนอยู่โดยมีเด็กคนนั้นในอ้อมกอดเป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าในชีวิตของฉัน มันถูกแขวนไว้ที่ฝาผนังในบ้านของฉันที่จะคอยเตือนให้ฉันไม่ลืมประสบการณ์อันน่าประทับใจว่าความรักที่แท้จริงที่พระเยซูเจ้าทรงสอนนั้นเป็นอย่างไร”….

stdas0078-mmmmmmmmmmmmm

ในวันนี้พระเยซูเจ้าทรงเตือนบรรดาศิษย์ให้ระวังเชื้อแป้งของฟารีสีและเชื้อแป้งของเฮโรด คือต้องระวังไม่ให้เป็นคนใจแคบ หน้าซื่อใจคน คิดแต่เรื่องความสุขของตนเอง แสวงหาประโยชน์ของตนเองเท่านั้น เมื่อใดที่เราเปิดหัวใจของเราและเริ่มต้นรักและรับใช้ผู้อื่น ก็จะพบความหมายอันแท้จริงที่พระเยซูเจ้าต้องการจะบอก และจะได้เห็นอัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ที่มีอยู่ในชีวิตของเรา อัศจรรย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ธรรมดาๆ ที่เราพบเจออยู่ทุกวัน

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

18 กุมภาพันธ์ 2019 สัปดาห์ 6 เทศกาลธรรมดา

คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน

คนบางคนไม่เคยเห็นความดีของใคร แม้ว่าเขาจะพิสูจน์ตัวเองมากมายสักเท่าไร ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงความคิดทัศนคติหรืออคติในใจของเขาได้ เพราะจิตใจที่แข็งกระด้างและมืดบอด…

ไม่มีใครตาบอดได้สนิทมากที่สุดเท่ากับคนที่ปฏิเสธที่จะมอง…

พระเยซูเจ้าทรงรู้สึกเจ็บปวดกับการปิดใจไม่เชื่อของบรรดาฟารีสี ใช่ว่าจะไม่มีเครื่องหมายอัศจรรย์ใดใดเกิดขึ้น เหตุการณ์การทวีขนมปังเลี้ยงประชาชนน่าจะเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของพวกเขา พระองค์จึงปฏิเสธที่จะแสดงเครื่องหมายใดใดอีก “…คนยุคนี้จะไม่ได้รับเครื่องหมายอย่างใดเลย” สำหรับผู้ไม่เชื่อเครื่องหมายใดใดก็ไม่เพียงพอจะพิสูจน์…

pharisees1

เครื่องหมายและการอัศจรรย์ไม่ได้เป็นต้นกำเนิดของความเชื่อ ความเชื่อเป็นประสบการณ์ของความวางใจและความหวังไม่ใช่ผลของการพิสูจน์ทดลอง ความเชื่อจะช่วยให้ค้นพบความหมายและการเผยแสดงจากพระเจ้าผ่านทางเครื่องหมายและเหตุการณ์ต่างๆ

 

ปิดใจไม่เห็นทุกสิ่ง
ความจริงที่ตรงหน้า
เครื่องหมายกระจ่างตา
ก็ไร้ค่าไร้ความหมาย

เปิดใจให้พระนำ
เห็นธรรมล้ำเพริศพราย
เรื่องราวอันมากมาย
กลับกลายคล้ายอัศจรรย์